Ayumi Hamasaki - อายูมิ ฮามาซากิ

Ayumi Hamasaki - อายูมิ ฮามาซากิ
浜崎あゆみ (はまさき あゆみ)
วันเกิด/วันก่อตั้ง : 
2 October 1978
เพศ : 
หญิง

Comments

แปลจากนิต

แปลจากนิตยสาร Shunkan Bunshun ของประเทศญี่ปุ่น ฉบับ วันที่ 30 พ.ย. 2545 หน้า 152-5)
http://www.japantimes.com/cgi-bin/getartic...d20030202tc.htm

มีข่าวที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับอายุมิ ฮามาซากิ (24) เข้ามาจากแหล่งข่าวที่ไม่คาดฝัน พนักงานคนหนึ่งของบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ได้กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว อายุมิ ฮามาซากิ (Ms.Ayumi Hamasaki) ได้รับเลือกเป็นทูตทับทิมของประเทศไทย และได้เดินทางมาที่ประเทศไทย ในการเดินทางมาครั้งนั้น เธอได้แสดงท่าทีที่ดูหมิ่น จนทำให้ผู้เกี่ยวข้องในสำนักพระราชวังไม่พอใจเป็นอย่างมาก หากเรื่องนี้เป็นจริง ก็จะเป็นไปได้ที่เหตุการณ์นี้ จะกลายมาเป็นปัญหาระหว่างประเทศ
อายุมิ ฮามาซากิ (Ms.Ayumi Hamasaki)ซึ่งเป็น คาลิสมา (Charismatic) ของเด็กวัยรุ่นของญี่ปุ่น ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดร้องเพลง ประจำประเทศติดต่อกันถึงสองครั้ง กลายมาเป็นนักร้อง ที่เป็นตัวแทนของประเทศได้อย่างแท้จริง

วงการดนตรีของญี่ปุ่นที่อยู่ในสภาพที่ซบเซา เธอเป็นนักร้องคนเดียว ที่สามารถขายซีดีได้มากกว่าหนึ่งล้านแผ่น ในด้านอันดับผู้เสียภาษีมากที่สุดในประเทศนั้น เธอครองอันดับหนึ่ง (คาดว่ามีรายได้ 1500 ล้านเยนขึ้นไป) โดยแซง ฮิคารุ อุทาดะ (Ms.Hikaru Utada) สำหรับบริษัท Avex ที่เธอสังกัดอยู่ก็เห็นว่าเธอเป็นที่มา ของรายได้กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท การกระทำทุกอย่างของเธอ ถือว่ามีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ของบริษัทก็ว่าได้ ตอนที่เธอคบกับนางาเสะ (Mr.Nagase) ของวง TOKIO และมีกระแสว่าเธอ จะลาออกจากการเป็นนักร้อง มร.โยดะ (Mr.Yoda) ซึ่งเป็นประธานบริษัท ฯ ได้ออกมาแถลงข่าวแทนเธอว่า จะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น
ดังนั้นในวงการดนตรีของญี่ปุ่น เธอมีสรรพนามว่า ราชินีแห่งวงการ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เธอมีนิสัยโอหัง จนไม่มีใครกล้าที่จะพูดอะไรได้ หน่วยงานที่ได้แต่งตั้งให้เธอเป็นทูตทับทิม และเชิญมาก็คือรัฐบาลไทย และสมาคมผู้ค้าอัญมณี และเครื่องประดับแห่งประเทศไทย นายพรเสริฐ ศรีอรทัยกุล (Mr.Pornsert Sriorathaikul) รองประธานสมาคมผู้ค้าอัญมณี และเครื่องประดับแห่งประเทศไทย (TGJTA) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโปรโมชั่นครั้งนี้ได้กล่าวว่า ประเทศไทยได้ เล็งเห็นความสำคัญของการส่งออกอัญมณีเป็นอย่างมาก และตลาดสำคัญที่สุดก็คือ ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้เน้นกลุ่มวัยรุ่น จึงได้เลือกคุณอายุมิ ฮามาซากิ (Ms.Ayumi Hamasaki)ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพล ต่อวัยรุ่นของญี่ปุ่น เราได้ติดต่อประสานงานโดยให้สำนักงานของกรมส่งเสริมการส่งออกที่อยู่ที่โอซาก้าเป็นผ
ู้ประสานงาน กว่าจะสำเร็จ ก็ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากทีเดียว

ดังนั้นการเชิญมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้นั้น เปรียบเสมือนว่าเป็นอคันตุกะของประเทศเลย และได้มีการระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการเสียความรู้สึกอีกด้วย นายพรเสริฐ (Mr.Pornsert) ยังได้กล่าวอีกว่า การปรับเวลาของอายุมิ ฮามาซากิ (Ms.Ayumi Hamasaki) ในการที่จะขอเข้าเฝ้า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในครั้งนั้น ราชินีระเบิดความเห็นแก่ตัวตั้งแต่ออกเดินทาง ภาระที่สำคัญที่สุดของคุณอายุมิ ฮามาซากิ (Ms.Ayumi Hamasaki) ที่เป็นทูตทับทิมในครั้งนี้ก็คือ การเข้าเฝ้าทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ เพื่อเป็นตัวแทนถวายเงินรายได้ สามล้านหกแสนเยน (3,600,000 เยนประมาณ1,296,000 บาท) ที่ได้จากการรณรงค์ปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้เข้าเฝ้านั้นเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถเข้าเฝ้าได้ง่าย ๆ

ซึ่งครั้งนี้เราก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากรัฐบาลไทย ทั้ง ๆ ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ แล้วอายุมิ ฮามาซากิได้สร้างความปั่นป่วนอย่างไรบ้าง ผู้เกี่ยวข้องของ Avex ได้กล่าวว่า ฮามาซากิไม่ได้ยอมไปประเทศไทย โดยบ่นกับคนใกล้ชิดว่า ทำไมเธอต้องไปประเทศไทยด้วย !!! แต่ที่สุดเธอก็ต้องยอม สิ่งนี้เนื่องจากว่า Avex มีแผนที่จะมาเปิดตลาดในเอเซีย อย่างจริงจังตั้งแต่ปีนี้

ความเห็นแก่ตัวของฮามาซากิ ได้ระเบิดตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

วันที่ 26 พฤศจิกายน สายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 773 ที่จะออกเดินทางจากสนามบินนาริตะในเวลา 19.00 น. ได้ล่าช้าไปกว่า 45 นาที ;เพราะฮามาซากิเพียงคนเดียว ท่ามกลางเสียงโห่จากผู้โดยสารเต็มเครื่อง เธอได้เดินเข้าที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่งอย่างใจเย็น โดยไม่ได้มีการขอโทษผู้โดยสารคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย จากคำขอร้องของรัฐบาลไทย การบินไทยได้ถือว่าฮามาซากิเป็นแขกวีไอพี จึงอนุญาตน้ำหนักของสัมภาระเป็นพิเศษถึง 1,000 กก. ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อผ้าประมาณ 100 ชุด

ตอนเช็คอินน์ (Check In) เธอรู้ว่ามีผู้โดยสารนั่งข้างเธอด้วย เธอจึงไม่พอใจอย่างมากและต่อว่า ให้สายการบินเปลี่ยนที่นั่งของผู้โดยสารคนนั้น ให้ไปที่อื่น จึงเสียเวลาในการปรับที่นั่งใหม่? (ผู้เกี่ยวข้องการบินไทย) จากคำบอกเล่าของผู้โดยสารชั้นหนึ่งคนหนึ่ง เธอหลับตลอดโดยที่ไม่สนใจใครเลย และที่นั่งข้างเธอก็คือ หมีเท็ดดี้แบร์ของเธอนั่งอยู่ ในเวลาเดียวกัน ณ อาคารโดยสารที่หนึ่งของสนามบินนานาชาติดอนเมือง ก็มีกลุ่มผู้สื่อข่าว และแฟน ๆ ของเธอมารอรับกันอย่างมากมาย ที่หน้าประตูทางออกก็มีป้ายต้อนรับว่า WELCOME AYUMI มีการแสดงรำไทยคอยต้อนรับอยู่ด้วย

หลังจากพนักงานสายการบิน และผู้โดยสารทั่วไปที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ฮามาซากิก็ออกมา แฟร็ชจากกล้องถ่ายรูป จำนวนมหาศาลได้กระพริบขึ้น ดนตรีไทยได้บรรเลงขึ้น และนักแสดงรำไทยก็เริ่มแสดง ตามกำหนดการเดิม

ฮามาซากิจะเดินทางไปทักทายกับนางรำ และพูดอะไรกับสื่อมวลชน แต่ความเป็นจริงแล้ว เธอเพียงแค่เหลือบไปดูนางรำ และเดินออกไปเลยโดยที่ไม่ได้สนใจการแสดงเลย นางรำก็ต้องรำต่อ ไม่สามารถปิดบังความเขิน ที่ถูกเมินไปได้เลย และมีนางรำคนหนึ่ง ที่มีหน้าที่ต้องมอบมาลัย ให้กับฮามาซากิก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ ยืนตะลึงอยู่อย่างนั้น กล่าวคือเธอ(ฮามาซากิ) ไม่ได้มีเวลาให้กับพวกเราเลย (โปรดิวเซอร์โทรทัศน์ในไทย) ฮามาซากิที่มีผู้อารักขาใส่สูทดำแว่นดำ รีบขึ้นรถลีมูซีนยี่ห้อโรลสลอยส์ มุ่งไปสู่โรงแรมเพนินซุล่าซึ่งเป็นที่พักของเธอ

การเดินทางก็มีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจนำสองคัน และรถตำรวจอีกสองคันคอยประกบหน้า-หลัง บางช่วงถึงต้องมีการปิดถนนอีกด้วย เหมือนกับนายกรัฐมนตรีต่างประเทศมาเยือนเลยทีเดียว

โรงแรมเพนินซุล่านั้น ถือว่าเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก ห้องที่ฮามาซากิพักนั้นเป็นห้องที่ดีที่สุด ค่าห้องคืนละ 2,600 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 310,000เยน หรือประมาณ 111,000บาท) การที่ฮามาซาก ิกำหนดโรงแรมนี้ ก็เพราะมีเหตุผลพิเศษอยู่ข้อหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าในกรุงเทพ ฯ มีโรงแรมนี้ ที่เดียวที่มี ลานจอดเฮลิคอปเตอร์นั่นเอง ฮามาซากิได้ให้ข้อเสนอ ให้เหมาเฮลิคอปเตอร์ตลอดเวลา เพราะจะใช้ ฮ. ในการเดินทางทั้งหมดระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย การที่สวนสามพรานถูกเอาออกจากกำหนดการ ก็เพราะว่า ไม่มีที่จอด ฮ. นั่นเอง ในประเทศไทยโดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพ ฯ ยังมีที่จอด ฮ. น้อยมาก ที่สำคัญก็คือระยะทางไม่ไกลจนต้องใช้ ฮ. เลย (ผู้เกี่ยวข้อง TGJTA) ในตอนแรกฮามาซากิได้สั่งให้เหมาเครื่องบินทั้งลำ เพื่อการเดินทางครั้งนี้ด้วย ซึ่งผู้ติดตามที่เดินทางมาในครั้งนี้ มีจำนวนเพียงสามสิบกว่าคนเท่านั้น แต่ตอนแรกเธอจะพาคนมากกว่า 200 คน

วันรุ่งขึ้น ในวันที่ 27 พ.ย. ได้มีการแถลงข่าวตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยใช้ห้องในโรงแรม ฯ โดยมีผู้สื่อข่าวทั้งไทย และญี่ปุ่น ก่อนที่จะเริ่มแถลงข่าวก็มีการออกคำสั่งว่า ห้ามถามข้อมูลส่วนตัว!!! ไม่อยากก็ไม่อยาก จะทำไม!!!!

ในการแถลงข่าวได้มีการถามว่า ชอบอาหารไทยอะไรบ้าง
เธอก็ตอบด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอว่า
ไปซื่อบะหมี่สำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งมากินที่ห้องแล้วอร่อยมาก
กับคำถามที่ว่า
อยากแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยหรือไม่ เธอตอบว่า
ก็ไม่ทราบเหมือนกัน....
ยิ่งกว่านั้นสำหรับคำถามที่ว่า
ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศ ที่มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยมาก
คิดเห็นเป็นอย่างไรบ้าง
ฮามาซากินั้นเป็นได้ทั้งฮามาซากิที่เป็นบุคคลคนหนึ่ง กับฮามาซากิที่เป็นนักร้อง
ดังนั้นมีทั้งสิ่งที่จำเป็นจะต้องตอบ กับสิ่งที่ไม่จำเป็นจะต้องตอบ
ซึ่งเหมือนกับเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย
สิ่งที่ฮามาซากิจะต้องบอกกับทุกคนก็คือ ความฝัน และความหวังต่าง ๆ
ทุกคนมีหน้าที่แค่หาความฝัน กับความหวังจากตัวฮามาซากิเองก็เพียงพอแล้ว

และในวันนั้น เธอได้ยกเลิกการสัมภาษณ์รายการโทรทัศน์อย่างกระทันหัน หนึ่งรายการ และได้เหมาเรือของโรงแรม เพลิดเพลินกับงานดินเนอร์เท่านั้น

วันที่ 3 วันนี้มีงานรออยู่มากมาย เพราะเธอจะเดินทางกลับประเทศในวันพรุ่งนี้แล้ว ในช่วงเช้า เธอได้ไปร่วมทอล์คโชว์ที่ดิ เอ็มโพเรี่ยม

หลังจากที่ชอบปิ้งตลอดเช้า ผู้สื่อข่าวจากประเทศญี่ปุ่นที่ Avex ได้ออกทั้งค่าตัว และค่าตั๋วการเดินทางเองเพิ่งจะเดินทางมาถึง และทำข่าวเพื่อไปลงหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ได้พบกับแฟน ๆ กว่า 1,000 คน ฮามาซากิก็เดินทางไปยังสถานที่ที่จะเข้าเฝ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญที่สุด

สถานที่ที่จะเข้าเฝ้าคือโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จังหวัดนครปฐมซึ่งต้องนั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง คณะของฮามาซากิที่เดินทางมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย ก็ได้ไปรออยู่ที่ห้องข้างห้องโถงที่จะมีพิธี วันนี้มีผู้มาเข้าเฝ้า เพื่อถวายเงินประมาณสิบกว่าคน ซึ่งก็มีทั้งคนญี่ปุ่น คนไทย ฝรั่งจากองค์กร และบริษัทต่าง ๆ ซึ่งฮามาซากิก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ทุกคนที่ได้รับอนุญาตเข้าเฝ้า ล้วนมีสีหน้าที่ตื่นเต้น และได้ซักซ้อมวิธีการถวาย แต่ไม่เห็นตัวฮามาซากิในนั้นเลย เจ้าหน้าที่ได้เรียกชื่อของแต่ละคน สอนวิธีการถวาย และกำหนดจุดยืนของแต่ละคน มีการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ว่า เมื่อถูกเรียกชื่อก็เดินออกมาคำนับ โค้งลึก ๆ นั่งลงเพื่อถวายเงิน และเวลาถอยก็ต้องขยับถอย เป็นต้น ผมรู้สึกแปลกใจว่าเธอหายไปไหน พอถึงเวลาเข้าเฝ้าเธอก็ไม่ปรากฏตัวทำให้ จุดที่เธอควรจะอยู่ ว่างจนดูน่าเกลียดเป็นอย่างมาก หลังจากที่เสร็จสิ้น ทุกคนก็เริ่มพูดกันว่าฮามาซากิหายไปไหน (ผู้สื่อข่าวไทย)

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ตามเสด็จไปอีกห้องหนึ่ง ก็เห็นฮามาซากิเดินออกมาจากอีกห้องหนึ่งอย่างธรรมดา แล้วเข้าไปยืนข้างทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ และให้คนติดตามของตัวเองถ่ายรูป.. เวลาขอพระอนุญาตถ่ายรูป ก็ต้องแต่งตัวให้สุภาพ แต่เธอดันเสื้อโปโลกับกางเกนยีนส์ ซึ่งก็แน่นอน ที่จะถูกว่าอย่างมาก ก็เลยไปยื้มเสื้อนอกจากคนแถวนั้น ซึ่งผู้เกี่ยวข้อง ต่างก็ไม่พอใจในการกระทำนี้เป็นอย่างมาก (ผู้สื่อข่าวไทย)
การกระทำของฮามาซากิในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ทำลายพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ และดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก ทำไมฮามาซากิจึงได้กระทำความป่าเถื่อนเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่าอายเป็นอย่างมาก ฮามาซากิ ปฏิเสธที่จะร่วมพระราชพิธี โดยบอกว่าไม่อยากคุกเข่า ให้กับทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามเกลี้ยกล่อม แต่สุดท้ายเธอก็ระเบิดออกมาโดยบอกว่าไม่อยากก็ไม่อยาก ใครจะทำไม (ผู้เกี่ยวข้อง Avex) เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เตือนเรื่องนี้กับเธอ เธอก็โมโห แล้วไปขังตัวเองในรถบัส ที่ใช้ในการเดินทางมา หากเป็นคนธรรมดาก็คงจะถูกจับไปแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามเกลี้ยกล่อมฮามาซากิ เพื่อที่จะให้ร่วมงานบอลรูมที่โรงแรม แขกรับเชิญที่มาร่วมงานนี้กว่า 200 คนล้วนเป็นผู้ใหญ่ในสังคมทั้งนั้น

ผู้คนมาร่วมงานเพื่อที่จะมาดูฮามาซากิ บนเวทีก็มีชื่อของฮามาซากิติดอย่างใหญ่โต หลังจากคำกล่าวของประธานสมาคม ส่งออกอัญมณีแห่งประเทศไทย คำกล่าวจากตัวแทนรัฐบาล พิธีกรก็ได้เรียกชื่อของฮามาซากิ ฮามาซากิอารมณ์ดีมาก เพราะได้รับของขวัญเป็นสร้อยที่มีทับทิม 3 กะรัต และเพชรอีก 7 ชิ้น ซึ่งมีมูลค่าสองล้านห้าแสนเยน (2,500,000 เยน ประมาณ 900,000บาท ) ตอนแรกฮามาซากินั่งอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้อง ซักพักหนึ่งก็ออกจากห้องไป ก็คิดว่าคงจะไปแต่งหน้าใหม่ แต่ผลก็คือไม่กลับมาอีกเลย แขกก็ถามกันว่าฮามาซากิไปไหน (ผู้สื่อข่าวไทย)

ตอนจบของงานเลี้ยง จะมีการเต้นรำวงกันโดยที่มีแขกผู้ใหญ่ร่วมเต้นกับฮามาซากิ ซึ่งถือกว่าเป็นการจบงานเลี้ยง แบบเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีเป็นอย่างมาก แต่ปรากฏว่าเจ้าของงาน(ฮามาซากิ) กลับหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ ฮามาซากิพาลูกน้องของตัวเอง ไปจัดงานสังสรรค์อยู่ที่บาร์ของโรงแรมเดียวกัน

จากคำบอกเล่าของนายพรเสริฐ ครั้งนี้ถือว่าเป็นการมาเยือนแบบอาสาสมัคร จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าตัว ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่ฮามาซากิ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจ่ายโดยสมาคมส่งออกอัญมณีแห่งประเทศไทย และรัฐบาลไทย ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4 วัน ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าชุดแต่งตัว ค่ารักษาความปลอดภัย และอื่น ๆ ทั้งหมดรวม7,000,000บาท (ประมาณ 20 ล้านเยน) จำนวนนี้ถือว่า เท่ากับรายได้เฉลี่ยของนักธุรกิจธรรมดาๆในประเทศไทย ที่ทำงานมานานถึง 60 ปีรวมกันเลยทีเดียว

ที่สำคัญยิ่งก็คือการกระทำ ที่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ของฮามาซากิได้ทำไว้ ต่างกับประเทศญี่ปุ่น ที่พระมหากษัตริย์เป็นเพียงสัญลักษณ์ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยได้รับความเคารพบูชาจากประชาชนเป็นอย่างมาก พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็มีอยู่ทุกบ้าน

เช้า-เย็นก็มีการเคารพธงชาติ ที่ประเทศไทยนั้นหากมีใครพูดไม่ดี เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะถูกจับ บังเอิญทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ท่านมีน้ำพระทัยที่กว้าง จึงไม่เกิดเรื่อง แต่ถ้าไม่ใช่ฮามาซากิ แต่เป็นบุคคลทั่วไปก็คงจะถูกจับไปแล้ว (ผู้สื่อข่าวไทย)

เมื่อติดต่อสอบถามความเป็นจริงเรื่องนี้กับทางสำนักงานของฮามาซากิ ก็ได้รับคำตอบแต่ว่า ติดต่อผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ หากความเป็นจริงเป็นเช่นนี้แล้ว อย่าว่าแต่การขยายของบริษัท Avex ออกสู่เอเซียเลย อาจจะมีการรณรงค์ ไม่ให้ซื้อสิ้นค้าของ Avex เกิดขึ้นในประเทศไทยก็เป็นได้

จะยังงัยก้อชั่ง

อายู เปง ขวัญใจเรา

เทอเก่ง
แระเทอเปงคนดีมั่กมาก

รักอายูมากๆๆ

รักอายูมากที่สุดจร้า

น่ารัก

รูปในหนังสือ cawaii น่ารักมาก

น่ารัก

มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เชื่อดีไหม

มีความถูกต้องสูง เพราะ super star บางคนเท่านั้น ชอบเรื่องมาก

น่าเกียดมาก เลิกชอบ แล้ว.......เก่งอย่างเดียวไม่พอหรอก ดูชาวบ้าน
บ้างสิ

M

^

^

^

^

อ๋อๆ เคยอ่านแล้ว

สรุปว่ามันก็เป็นแค่ข่าวลือคั๊บ

แบบว่าข่าวที่ว่าสร้างเพื่อทำลายชื่อเสียงนักร้องอ่ะ

แต่แฟนคลับของ อายู รู้ดีคั๊บ ว่าเธอนิสัยดีมากๆ !!!

FM

^

^

^

เอาข่าวปลอมมาลงทำไมหรอ อ อ

Post new comment

To prevent automated spam submissions leave this field empty.
randomness