Strange Tales of Liao Zhai - โปเยโปโลเย (ภาคพิสดาร)
ชื่อหนัง (เกาหลี/จีน/ญี่ปุ่น) :
聊斋志异 / Liao Zhai Zhi Yi
ชื่อหนังอื่นๆ :
Strange Stories from a Chinese Studio / โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า (ภาคพิสดาร)
นักแสดง :
หวงเสี่ยวหมิง, หูเกอ, หลี่ลี่ฉิน, หวังลู่เจียง, เหมยเสี่ยวฮุ่ย, สีหมิ่น, โจวเต๋อหัว
Directed By :
Wu Jin Yuan, Huang Wei Ming, Wei Han Dao
จำนวนตอน :
36
ประเภท :
Supernatural
ผลิตโดย :
Li Guo Li
Written By :
Pu Songling
Year :
2005
ออกอากาศ :
ออกอากาศ - เพิ่มเติม :
N/A
Official Website :
ออกอากาศในไทย :
6 Jan 2008
ออกอากาศในไทย - เพิ่มเติม :
ทางช่อง 3 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15:15 - 17:00 น. ทางช่อง 3
(เปลี่ยนเวลาฉายปลายเดือนม.ค. / เวลาเดิม : ทุกวันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 15.15 น. - 17.00 น.)
Links :
|
เนื้อเรื่องย่อ (Synopsis) :ละครเรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าเหนือธรรมชาติที่มีอยู่เกือบ 500 เรื่อง มีการตีพิมพ์ในช่วงต้นของราชวงศ์ชิง 6 เรื่องจากทั้งหมด 500 เรื่อง ได้ถูกเลือกนำมาทำเป็นละคร 36 ตอนตอน : สลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ (Judge Lu - 陆判)เริ่ม 6 มกราคม พ.ศ.2551 เมื่อคนตายแล้วก็กลายเป็นผี ต้องถูกนำตัวไปยมโลก เมื่อมีชีวิตอยู่ทำแต่ความชั่วจะต้องถูกพิพากษาไปรับกรรมที่นรกขุม ที่สิบแปด แต่ถ้าไม่ได้ทำความชั่วร้ายแรง ก็รอเวลาไปเกิด ยมโลกก็เหมือนเมืองมนุษย์ จ้าวพญามัจจุราชเป็นผู้ปกครองยมโลก ปกครองสิบพญามัจจุราชสี่ตุลาการยมโลก ห้าแม่ทัพแห่งยมโลก เจ้าพ่อหลักเมือง ยมฑูตดำขาว นายทวารหัววัวหน้าม้า เมิ่งผอ ฯลฯ หนึ่งในจำนวนนั้น ตุลาการยมโลกเกี่ยวข้องกับการเกิดดับของมนุษย์ โดยมีสมุดเล่มหนึ่งที่ใช้จดบันทึกการเกิดดับของมนุษย์โดยเฉพาะ เมื่อมนุษย์สิ้นอายุขัย ตุลาการยมโลกก็จะใช้พู่กันเหล็กจดบันทึกลงในสมุดบันทึก จากนั้นยมฑูตดำขาวก็นำดวงวิญญาณผู้ตายไปยังยมโลกเพื่อรอการพิพากษา บนโลกมนุษย์ ที่เมืองหลวง ไป๋ซงหลิงขุนนางผู้บริสุทธิ์ซึ่งพลอยติดร่างแหในคดีถวายฏีกาต่อฮ่องเต้ จนต้องโทษประหารชีวิต ไป๋ซงหลิงจะถูกประหารในฤดูใบไม้ร่วง นักโทษประหารถูกควบคุมตัวไปที่ลานประหาร เพื่อรอคำสั่งประหาร ชาวเมืองต่างพากันดูการประหาร ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นมีจูเอ่อตั้นรวมอยู่ด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังประกาศความผิดของนักโทษอยู่นั่นเอง ไป๋หยางลูกชายของไป๋ซงหลิงก็ร้องต่อเจ้าหน้าที่ว่าพ่อของตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ถูกคนเลวใส่ร้าย จากนั้นไป๋หยางก็ตะโกนด่าทอขุนนางชั่วที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ เจ้าหน้าที่เห็นไป๋หยางเข้ามาก่อกวนการประหาร ดังนั้นจึงมีคำสั่งคุมขังไป๋หยาง ทันใดนั้นเองก็เกิดพายุฝนกระหน่ำลงมา ผู้คนต่างพากันหาที่หลบฝน เจ้าหน้าที่สั่งประหารนักโทษ หัวนักโทษร่วงหล่นลงพื้นไปตามกัน ตุลาการลู่คิดว่าคนโง่กระทำความผิดไม่ถือว่าเป็นความผิด ดังนั้นจึงไม่สมควรที่จะส่งตัวไป๋ซงหลิงไปชดใช้ความผิดที่นรกขุมที่สิบแปด แต่ตุลาการซือถูกลับคิดว่าเนื่องจากโง่เขลา จึงไม่มีสติปัญญาเพียงพอที่จะแยกแยะดีชั่ว เมื่อต้องตายก็เป็นการสมควรแล้ว แม้ว่าไม่ต้องไปชดใช้ความผิดถึงนรกขุมที่สิบแปดก็ตาม แต่ก็ต้องรับโทษ นายสุวรรณทั้งสองต่างฝ่ายต่างก็ยกเหตุผลมาถกเถียงกัน และแล้วทั้งสองก็เดิมพันกัน โดยพิสูจน์ว่าเมื่อคนโง่กลายเป็นคนฉลาดแล้วจะทำความชั่วหรือไม่ อีกด้านหนึ่งนั้น ไป๋หยางรับศพพ่อกลับมา แต่เนื่องจากทรัพย์สินถูกยึดตกเป็นของแผ่นดิน ทำให้ไป๋หยางไม่มีเงินทำศพพ่อ ไป๋หยางขอยืมเงินจากองครักษ์จางซึ่งเป็นว่าที่พ่อตา เพื่อนำเงินไปทำศพให้พ่อ นึกไม่ถึงว่าองครักษ์จางถือโอกาสนี้ยกเลิกการแต่งงาน ทำให้ไป๋หยางเคียดแค้นเป็นอันมาก โชคดีที่จางเสี่ยวม่านไม่ใช่คนที่ยึดติดกับอำนาจ นางแอบติดต่อกับไป๋หยาง ทั้งสองเปิดเผยความในใจที่มีต่อกัน จากนั้นก็หนีไปด้วยกัน ตุลาการลู่ตัดสินใจเลือกทดสอบจูเอ่อตั้นซึ่งปัญญาทึบ เหตุที่เลือกทดสอบจูเอ่อตั้นนั้นเนื่องจากจูเอ่อตั้นปกป้องคุ้มครองเทวรูปของตน ซึ่งอยู่ในวัดเป็นอย่างดี จูเอ่อตั้นชื่นชอบเทวรูปตุลาการลู่ซึ่งตั้งอยู่ในวัดเป็นอันมาก โดยรู้สึกว่าเทวรูปตุลาการลู่นั้นปั้นออกมาเหมือน มีชีวิตจริง ครั้งหนึ่ง เทวรูปตุลาการลู่ถูกหยางต้าเหนียนโจรร้ายทำลาย จูเอ่อตั้นปกป้องคุ้มครองเทวรูปตุลาการลู่เป็นอย่างดี จนกระทั่งตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยเรื่องนี้เองจึงทำให้ตุลาการลู่และจูเอ่อตั้นมีวาสนาต่อกัน ที่สำคัญทำให้ชะตาชีวิต ของจูเอ่อตั้นเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีกด้วย จูเอ่อตั้นแต่งงานอยู่กินกับเส้าหยงภรรยาที่หน้าตาอัปลักษณ์ เนื่องจากเส้าหยงมาจากครอบครัวที่มีฐานะ ด้วยเหตุนี้ จูเอ่อตั้นจึงแต่งงานด้วย สำหรับเส้าหยงแล้ว นางไม่รังเกียจที่จูเอ่อตั้นปัญญาทึบ ดังนั้นจูเอ่อตั้นก็ต้องไม่รังเกียจที่นางหน้าตาอัปลักษณ์ แต่แล้วพ่อตาก็รังเกียจจูเอ่อตั้น เส้าหยงยอมลำบากใช้ชีวิตอยู่กินกับจูเอ่อตั้น หลังจากที่เส้าหยงแต่งงานกับจูเอ่อตั้นแล้ว เส้าหยงก็เป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว นอกจากนางจะต้องทำงานบ้านแล้ว ในแต่ละวันนางจะต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ไปขายที่ตลาด นางต้องการให้จูเอ่อตั้นทุ่มเทให้กับการเรียน โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจูเอ่อตั้นจะสอบได้เป็นจอหงวน นึกไม่ถึงว่า จูเอ่อตั้นกลับใช้การเรียนเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ต้องทำงาน เสี่ยวม่านวางแผนหนีไปอยู่กินกับไป๋หยาง แต่น่าเสียดายกลับถูกองครักษ์จางจับได้เสียก่อน เสี่ยวม่านใช้ความตายต่อรอง ทำให้องครักษ์จางยอมลามือ แต่ถึงกระนั้นก็ตามองครักษ์จางก็มีข้อแม้ว่าไป๋หยางจะต้องสอบจอหงวนให้ได้เสียก่อนถึงจะยกเสี่ยวม่านให้ ท้าจูเอ่อตั้นว่าจูเอ่อตั้นไม่กล้าเข้าไปขโมยเทวรูปในวัดแล้วนำกลับบ้านในยามวิกาลอย่างแน่นอน จูเอ่อตั้นต้องการรักษาหน้าตนเองเอาไว้ ดังนั้นจึงรับคำท้าโดยอุ้มเทวรูป ตุลาการลู่กลับบ้าน เพื่อน ๆ ต่างพากันตะลึงไม่คิดว่าจูเอ่อตั้นจะกล้าทำ หลังจากที่เพื่อน ๆ พากันแยกย้ายกลับไปแล้ว จูเอ่อตั้นก็นำเหล้ามาขอขมาต่อเทวรูปตุลาการลู่ ทันใดนั้นเองตุลาการลู่ก็ปรากฏกายให้จูเอ่อตั้นเห็น จูเอ่อตั้นวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว ตุลาการลู่สำแดงอิทธิฤทธิ์ทำให้จูเอ่อตั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จากนั้นตุลาการลู่ก็กล่าวกับจูเอ่อตั้นว่าไม่ต้องกลัว ทำให้จูเอ่อตั้นสงบนิ่งลงได้ ตุลาการลู่หยั่งเชิงทดสอบความตั้งใจของจูเอ่อตั้น จูเอ่อตั้นเปิดเผยว่าตนมีปณิธานอันแรงกล้าที่จะสอบเป็นจอหงวนให้ได้ เพื่อเป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีให้วงศ์ตระกูล ที่สำคัญภรรยาจะได้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป แต่ก็ต้องทอดถอนใจที่ตนปัญญาทึบ ไม่มีทางสอบได้เป็นจอหงวนอย่างแน่นอน ตุลาการลู่ได้ยินเช่นนั้นจึงตัดสินใจช่วยเหลือโดยทำความปรารถนาของจูเอ่อตั้นให้เป็นความจริงขึ้นมา ตกดึก ตุลาการลู่ก็เข้าฝันจูเอ่อตั้น จูเอ่อตั้นตกใจมากที่เห็นไส้ของตนทะลักออกมา ตุลาการลู่บอกจูเอ่อตั้นให้ทำใจดีๆ ไม่ต้องกลัว ตนจะช่วยให้จูเอ่อตั้นมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด นับแต่นั้นเป็นต้นมา จูเอ่อตั้นราวกับว่าเปลี่ยนไป เป็นคนละคนเลยทีเดียว จูเอ่อตั้นกลายเป็นคนที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด แต่ทว่านับแต่นี้เป็นต้นไปชีวิตของจูเอ่อตั้นก็ไม่เป็นอันสงบสุขอีกต่อไปแล้ว ตุลาการลู่เกรงว่าตนจะแพ้เดิมพันต่อตุลาการซือถู ดังนั้นจึงตักเตือนจูเอ่อตั้นอย่าได้ทำความชั่ว จูเอ่อตั้นขอร้องตุลาการพ่านช่วยเปลี่ยนใบหน้าให้ภรรยาของตน โดยสาบานว่าถ้าภรรยาของตนมีใบหน้าที่งดงามแล้วตนจะซื่อสัตย์ต่อนาง ตุลาการลู่เห็น จูเอ่อตั้นให้คำมั่นเช่นนั้นจึงรับปากตามความปรารถนาของจูเอ่อตั้น แต่ก็ต้องขอเวลาหาใบหน้าที่เหมาะสมให้ได้เสียก่อน หยางต้าเหนียนจับกุมตัวนางไปโดยหมายย่ำยีนาง เสี่ยวม่านต่อสู้ขัดขืน และแล้วหยางต้าเหนียนก็พลั้งมือฆ่าเสี่ยวม่านจนถึงแก่ความตาย ดวงวิญญาณของเสี่ยวม่านล่องลอยไปยังยมโลก กลายเป็นดวงวิญญาณไร้หัว ตุลการลู่รู้สึกละอายใจเป็นอันมาก ดังนั้นจึงหาทางให้เสี่ยวม่านไปเกิดโดยเร็วที่สุด แต่เสี่ยวม่านกลับไม่ยอมไปเกิดโดยต้องการพบกับพญามัจจุราชให้ได้ ตุลาการลู่เกรงว่าเสี่ยวม่านจะอาละวาด ดังนั้นจึงให้เสี่ยวม่านไปรับความทุกข์ทรมาณที่ขุมนรก ปกปิดความผิดของตน ไป๋หยางไปยังสถานที่เกิดเหตุที่เสี่ยวม่านถูกฆ่าตาย โดยหวังว่าจะจับตัวฆาตกรให้ได้ ต่อมา ไป๋หยางได้พบกับเส้าหยงที่วัดโดยบังเอิญ ไป๋หยางตกใจมากที่ใบหน้าของเส้าหยงเหมือนกับเสี่ยวม่าน ไป๋หยางคาดคั้นเพื่อเอาความจริงจากเส้าหยง จูเอ่อตั้นเห็นเช่นนั้น จึงรีบขับไล่ไป๋หยางไป และแล้วเรื่องใบหน้าภรรยาจูเอ่อตั้นเปลี่ยนแปลงไปก็แพร่สะพัดไปทั่วจนเข้าถึงหูองครักษ์จาง องครักษ์จางสืบหาความจริงด้วยตนเอง จนพบว่าเส้นผมและใบหน้าของเส้าหยงเหมือนกับเสี่ยวม่านทุกประการ ศพของเสี่ยวม่านเป็นศพที่ไร้หัว องครักษ์จางสงสัยว่าจูเอ่อตั้นใช้วิชามารสับเปลี่ยนหัวเส้าหยงกับเสี่ยวม่าน ดังนั้นจึงฟ้องร้องดำเนินคดีกับจูเอ่อตั้น ไป๋หยางเคียดแค้นมากเมื่อรู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของตุลาการลู่ ไป๋หยางไม่กลัวแม้แต่ความตาย โดยต้องการไปที่ยมโลกเพื่อตามหาเสี่ยวม่าน ตุลาการลู่ต้องการปกปิดความผิดของตน ดังนั้นจึงใช้ผลประโยชน์ล่อไป๋หยาง แต่ไป๋หยางกลับไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ไป๋หยางปฏิญาณว่าจะต้องช่วยเสี่ยวม่านให้ได้ นึกไม่ถึงว่าตุลาการลู่กลับถลำลึกลงไปอีก โดยให้ไป๋หยางไปทนทุกข์ทรมานที่ขุมนรก ตุลาการลู่คิดว่าเมื่อไป๋หยางและเสี่ยวม่านทนทุกข์ทรมาณไม่ไหวก็จะยอมแพ้ แต่นึกไม่ถึงว่าทั้งไป๋หยางและ เสี่ยวม่านกลับไม่ยอมแพ้ต่อตุลาการลู่ แม้ว่าจะต้องทนทุกข์ทรมาณแสนสาหัสก็ตาม ไป๋หยางและเสี่ยวม่านต่างต้องทนทุกข์ทรมาณที่นรกขุมที่สิบแปด ปณิธานที่แน่วแน่ของเสี่ยวม่านและไป๋หยางนั้นเป็นที่เลื่อมใส ต่อวิญญาณดวงอื่นๆ วิญญาณดวงอื่นๆต่างผนึกกำลังกันช่วยเสี่ยวม่านและไป๋หยางให้หลุดพ้นจากนรกขุมที่สิบแปด ไป๋หยางและเสี่ยวม่านพากันอาละวาดที่ยมโลก จนรู้ถึงพญามัจจุราช ไป๋หยางฟ้องร้องเพื่อเอาผิดตุลาการลู่ ในเวลาเดียวกันนี้เอง ผู้ตรวจการจากสวรรค์ได้มาตรวจการที่ยมโลกพอดี พญามัจจุราชไม่ต้องการให้เรื่องนี้ล่วงรู้ถึงเง็กเซียนฮ่องเต้ ด้วยตนจะมีความผิดที่ปกครองไม่ดี พญามัจจุราชปกป้องตุลาการลู่ โดยให้ไป๋หยางและเสี่ยวม่านไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไป๋หยางและเสี่ยวม่านต่างขัดขืนไม่ยอมดื่มน้ำลืมอดีตของเมิ่งผอ นายทวารหัวม้าหน้าวัวเห็นเช่นนั้นจึงนำน้ำลืมอดีตกรอกปากเสี่ยวม่านและไป๋หยาง เมิ่งผอเกิดความสงสารจึงแอบสับเปลี่ยนน้ำลืมอดีต ไป๋หยางไปเกิดเป็นหมู ส่วนเสี่ยวม่านไปเกิดเป็นสุนัข ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงด้วยดี จูเอ่อตั้นสอบได้เป็นจอหงวน กลายเป็นขุนนางใหญ่ จูเอ่อตั้นบริจาคเงินบูรณะซ่อมแซมวัด ไม่เพียงเท่านั้นจูเอ่อตั้นยังสร้างวัดให้ตุลาการลู่โดยปลูกสร้างติดกับวัดเง็กเซียน ควันธูปลอยคละคลุ้ง..... ตกดึก วัดที่จูเอ่อตั้นสร้างให้ตุลาการลู่ก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา ไฟลุกโชนยากนักที่จะดับไฟลงได้ จนไฟได้ลุกลามไปถึงวัด เง็กเซียน เรื่องนี้ร้อนไปถึงสวรรค์ เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงกริ้วมากถึงกับทรงตำหนิเจ้าที่ที่รักษาวัดไม่ดี โดยจะต้องสืบหาความจริงว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นมาได้อย่างไรมาให้ได้ เจ้าที่สืบพบว่าต้นเหตุของไฟไหม้มาจากหมูและสุนัข หมูและสุนัขถูกนำตัวไปรับผิดต่อเง็กเซียนฮ่องเต้ จากนั้นหมูและสุนัขต่างก็พากันร้องเรียนต่อเง็กเซียนฮ่องเต้...... ตอน : ปาฏิหาริย์รัก... ความทรงจำ (A Bao - 阿宝)เริ่ม 20 มกราคม พ.ศ.2551 อาเป่าหญิงงามปฏิเสธการแต่งงานกับเอ้อเส้าจนเลื่องลือไปทั่วเมือง ซุนจื๋อฉู่ชายหนุ่ม หมอรักษาสัตว์ ซึ่งมีหกนิ้ว ที่มือซ้ายนั้นไม่เคยลุ่มหลงในอิสตรีมาก่อน จนกระทั่งได้รู้จักกับอาเป่า ทำให้ซุนจื๋อฉู่เคลิบเคลิ้มหลงใหล ความงาม ของอาเป่าได้กระชากวิญญาณของซุนจื๋อฉู่ ให้ล่องลอยตามนางไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และแล้วซุนจื๋อฉู่ก็ตั้งสติได้ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ซุนจื๋อฉู่ก็มีความปรารถนาที่จะได้ครองรักกับอาเป่า เมื่อซุนจื๋อฉู่และอาเป่า พบกันก็เกิด เป็นรักแรกพบขึ้นมา เอ้อเส้าขัดขวางไม่ให้ซุนจื๋อฉู่และอาเป่าครองรักกัน เอ้อเส้าว่าจ้างท่านยายเมี่ยว ซึ่งมีความชำนาญในวิชาเหมาซันใช้มนต์สะกด อาเป่า ทำให้อาเป่าสูญเสียความทรงจำ หลังจากที่อาเป่าถูกมนต์สะกด แล้วก็สูญเสียความทรงจำจนหมดสิ้น เมื่ออาเป่าพบเห็นซุนจื๋อฉู่อีกครั้ง กลับเห็นซุนจื๋อฉู่เป็นคนแปลกหน้า ซุนจื๋อฉู่ไม่รู้ว่าเกิดอะไร ขึ้นกับอาเป่า แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ซุนจื๋อฉู่ก็ไม่ละความพยายาม ซุนจื๋อฉู่ไปหาอาเป่าโดยบอกรักนางทุกวัน ชาวบ้านต่างพากัน เลื่อมใสในความพยายามของซุนจื๋อฉู่ แต่นึกไม่ถึงว่าอาเป่ากลับตั้งเงื่อนไขกับซุนจื๋อฉู่ โดยต้องการให้ซุนจื๋อฉู่ ตัดนิ้วที่หกที่เกินออกมาทิ้งไป ซุนจื๋อฉู่ปฏิบัติตามความต้องการของอาเป่า แต่ถึงกระนั้นก็ตามซุนจื๋อฉู่ก็เกิด ความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมาว่า หญิงสาวซึ่งมีจิตใจดีงามเช่นอาเป่านั้น เหตุใดจึงตั้งเงื่อนไขที่เหี้ยมโหดกับตนเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ ซุนจื๋อฉู่ตัดสินใจสืบหาความจริง ซุนจื๋อฉู่ใช้นกแก้วสืบหาความจริง ในที่สุดซุนจื๋อฉู่ก็ล่วง รู้ความจริงทั้งหมด ยากนักที่จะได้สิ่งที่ดีมาครอง แม้ว่าซุนจื๋อฉู่และอาเป่ารักกัน แต่ฐานะที่แตกต่างกัน ทำให้พ่อของอาเป่าตั้งเงื่อนไขกับซุนจื๋อฉู่ โดยต้องการให้ซุนจื๋อฉู่สอบเป็นจอหงวนให้ได้เสียก่อนถึงจะยอมยกอาเป่าให้ ซุนจื๋อฉู่ศึกษาเล่าเรียนทุ่มเทให้กับการสอบจอหงวน แต่น่าเสียดายที่ถูกเอ้อเส้าปองร้ายจนถึงแก่ความตาย ทำให้ซุนจื๋อฉู่และอาเป่าอยู่คนละภพกัน อาเป่าอดอาหารเป็นเวลาสามวันสามคืนเพื่อไว้อาลัยให้ซุนจื๋อฉู่ ความจริงใจของอาเป่าได้สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วฟ้าดิน เมื่ออาเป่าสิ้นชีวิตก็ลงไปยังยมโลก และได้พบกับซุนจื๋อฉู่อีกครั้ง ซุนจื๋อฉู่และอาเป่าต่างอาลัยอาวรณ์ต่อกัน พญามัจจุราชเห็นรักแท้ที่ทั้งสองมีต่อกัน ดังนั้นจึงให้ทั้งสองกลับไปครองรักกันที่โลกมนุษย์ ซุนจื๋อฉู่สอบได้เป็นจอหงวน สร้างครอบครัวกับอาเป่าหญิงคนรัก ตอน : ภาพรัก แรงแค้น (Painted Skin - 画皮)เหมยซันเหนียงนางรำแห่งหังโจวมีทั้งความงามและความสามารถทางศิลปะควบคู่กัน อุปนิสัยแข็งกระด้าง ทะนงตน แม้ว่าใช้ชีวิตอยู่ในหอนางโลม แต่ก็ขายเพียงศิลปะเท่านั้น ไม่ได้ขายตัวแต่อย่างใด ขณะที่นางกำลังมีชื่อเสียงเลื่องลืออยู่นั่นเอง คุณชายหวังซุนเป็นแขกประจำของนาง ในบรรดาแขกของเหมยซันเหนียง มีชายคนหนึ่งมีชื่อว่าหวังอันซี่ หวังอันซี่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและคุณธรรม ฤดูใบไม้ผลิ อั้นเซียงเก๋อหอนางโลมที่เหมยซันเหนียงอาศัยอยู่ หวังอันซี่ได้ยินชื่อเสียงเหมยซันเหนียง จึงอยากทำความรู้จักกับนางไว้ หวังอันซี่และเหมยซันเหนียงมีใจให้กันเมื่อแรกพบ ราวกับลมอันแสนอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ หวังอันซี่วาดรูปและแต่งบทกวีเพื่อแทนความรักที่มีต่อกัน ความรักของหวังอันซี่และเหมยซันเหนียงหอมหวานได้ไม่นานนัก หวังอันซี่ก็ต้องเดินทางไปสอบจอหงวนที่เมืองหลวง เหมยซันเหนียงมอบเงินให้หวังอันซี่เพื่อใช้ในการเดินทาง หวังอันซี่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทรยศต่อความรักที่มีต่อกันเป็นอันขาด สามเดือนต่อจากนี้ ไม่ว่าจะสอบเป็นจอหงวนได้หรือไม่ ตนจะรีบกลับมาแต่งงานกับนาง หลังจากที่หวังอันซี่เดินทางไปสอบจอหงวนที่เมืองหลวงแล้ว เหมยซันเหนียงพบว่านางตั้งครรภ์ เจ้าของหอนางโลมขับไล่เหมยซันเหนียงไปจากหอนางโลม เหมยซันเหนียงเช่าบ้านอยู่ใกล้หอนางโลมรอหวังอันซี่กลับมา เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งปี แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหวังอันซี่ เดิมทีเหมยซันเหนียงคิดว่าจะเดินทางไปหาหวังอันซี่ที่เมืองหลวง แต่เนื่องจากท้องแก่จึงไม่สะดวกที่จะเดินทางไกล ได้แต่เฝ้ารอคอยหวังอันซี่กลับมา หลายเดือนผ่านไป เหมยซันเหนียงก็ให้กำเนิดลูกชาย หวังอันซี่ก็ยังไม่กลับมา ทั้งยังไม่ส่งข่าวให้นางรู้อีกด้วย เหมยซันเหนียงตัดสินใจอุ้มลูกเดินทางไปเมืองหลวง ระหว่างทางที่หวังอันซี่เดินทางไปสอบจอหงวนที่เมืองหลวงนั้นถูกโจรปล้น แต่หวังอันซี่ก็กระเสือกกระสนไปจนถึงเมืองหลวง เพื่อปากท้องแล้ว หวังอันซี่จำต้องวาดภาพขาย ต่อมา หวังอันซี่ก็ได้รู้จักกับเฉินเยี่ยฮุ่ยลูกสาวขุนนางซึ่งมีรูปโฉมงดงาม แม้ว่าฐานะของหวังอันซี่และเฉินเยี่ยฮุ่ยจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หวังอันซี่ก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใจนางมาครอง ใกล้ถึงวันแต่งงานของหวังอันซี่กับเฉินเยี่ยฮุ่ยเข้าไปทุกที สวรรค์ไม่เข้าข้างคนทรยศ ในที่สุด เหมยซันเหนียงก็ตามหาหวังอันซี่พบหวังอันซี่ไม่สบอารมณ์สักเท่าใดนักเมื่อพบเห็นเหมยซันเหนียง ถึงแม้ว่ายังคงรักเหมยซันเหนียง แต่ก็ไม่อยากให้โอกาสที่จะได้ลืมตาอ้าปากหลุดลอยไป หลังจากที่หวังอันซี่คิดใคร่ครวญอย่างดีแล้วก็หาที่พักให้เหมยซันเหนียงและลูกพักอาศัยชั่วคราวไปก่อน ตกดึก หวังอันซี่แอบเข้าไปอุ้มลูกนำไปโยนแม่น้ำ เมื่อกลับมาก็ฉวยโอกาสที่เหมยซันเหนียงยังไม่ตื่น วางเพลิงเผาบ้าน ทำให้ เหมยซันเหนียงตายทั้งเป็น หลังจากที่จื่อเยียนตายแล้ว ก็มีเรื่องแปลกประหลาดมากมายเกิดขึ้นกับเฉินเยี่ยฮุ่ย เป็นต้นว่า เครื่องสำอางค์บนโต๊ะเครื่องแป้งมักจะระเนระนาดอยู่เป็นประจำ เสื้อผ้าตัวโปรดก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ลายผ้าที่เพิ่งปักเสร็จ วันรุ่งขึ้นก็เปลี่ยนเป็นลายอื่น ที่สำคัญ เฉินเยี่ยฮุ่ยมักจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนในเวลากลางคืน แรกเริ่มเดิมทีนั้นเฉินเยี่ยฮุ่ยก็ปลอบใจตัวเองว่าไม่มีอะไร ไม่นานนัก บรรดาคนรับใช้ในบ้านก็พากันซุบซิบกันว่าเห็นผีที่บ่อน้ำ เฉินเยี่ยฮุ่ยยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแปลกใจ ทันใดนั้นเองก็มีเงาผีปรากฏให้นางเห็น ทำให้เฉินเยี่ยฮุ่ยเชื่อว่าดวงวิญญาณของจื่อเยียนซึ่งกระโดดบ่อน้ำฆ่าตัวตายนั้นยังไม่ไปผุดไปเกิด เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้วเฉินเยี่ยฮุ่ยจึงนำความไปบอกหวังอันซี่ หวังอันซี่กลับบอก เฉินเยี่ยฮุ่ยว่านางคิดไปเอง วันหนึ่ง ขณะที่เฉินเยี่ยฮุ่ยกำลังแต่งหน้าเขียนคิ้วอยู่นั่นเอง ทันใดนั้นเฉินเยี่ยก็พบว่าไม่มีใบหน้าของเธอในกระจกส่องหน้า มีแต่เพียงรูปหน้าของนางเท่านั้น แม้ว่าเฉินเยี่ยฮุ่ยตกใจมาก แต่ก็จับจ้องไปที่กระจกส่องหน้า รูปหน้าของนางนั้นก็กลายเป็นหน้าผีซึ่งเน่าเปื่อย เฉินเยี่ยฮุ่ยตกใจมากจนหมดสติไป ที่แท้เหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ฝีมือของวิญญาณจื่อเยียน แต่กลับเป็นฝีมือวิญญาณเหมยซันเหนียงที่กลับมาล้างแค้นเพื่อความสบายใจของเฉินเยี่ยฮุ่ย หวังอันซี่จึงเชิญนักบวชมาทำพิธีปัดรังควาน หลังจากที่ทำพิธีแล้วดูเหมือนว่าเหตุการณ์เลวร้ายก็สงบลง วันหนึ่งสื่อต๋าหมิงผู้ตรวจการเดินทางกลับจากตรวจราชการที่ทิเบต สื่อต๋าหมิงเป็นพี่ชายซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเฉินเยี่ยฮุ่ย สื่อต๋าหมิงเลื่อมใสความสามารถในการวาดภาพของหวัง อันซี่ ดังนั้นจึงขอร้อง หวังอันซี่ให้ช่วยวาดภาพหญิงงามนางหนึ่งให้ตน นึกไม่ถึงว่าหวังอันซี่กลับปฏิเสธ สื่อต๋าหมิงนำกระดาษที่ใช้สำหรับวาดภาพให้หวังอันซี่ดู หวังอันซี่เหลือบตามองเท่านั้น ก็รู้สึกว่าเป็นกระดาษธรรมดา เท่านั้น สื่อต๋าหมิงจึงขอให้หวังอันซี่ใช้มือลูบไปบนกระดาษ หวังอันซี่รู้สึกว่าเนื้อกระดาษละเอียดและนุ่มมากราวกับเนื้อหนังหญิงสาว ทำให้หวังอันซี่เกิดความแปลกใจขึ้นมา หวังอันซี่ถามสื่อต๋าหมิง ว่าเป็นกระดาษอะไรกันแน่ สื่อต๋าหมิงตอบหวังอันซี่ว่าไม่ใช่กระดาษ แต่เป็นหนังคน เมื่อครั้งที่ตนอยู่ที่ทิเบตนั้นได้ซื้อหนังคนแผ่นนี้มาจากพ่อค้าเปอร์เซีย สื่อต๋าหมิงคิดว่าถ้าหาก วาดภาพหญิงงามลงบนหนังคน ต้องดูเหมือนจริงและมีชีวิตอย่างแน่นอน หวังอันซี่ได้ยินเช่นนั้นจึงรับปากวาดภาพให้สื่อต๋าหมิงหวังอันซี่จรดพู่กันวาดภาพบนหนังคนแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดรูปร่างหน้าตา เหมยซัน เหนียงได้ผุดขึ้นมาในสมองของหวังอันซี่ หลังจากที่หวังอันซี่วาดภาพเสร็จแล้ว หญิงในภาพวาดนั้นเหมือนกับเหมยซันเหนียงมาก แต่ด้วยฝีมือการวาดภาพของ หวังอันซี่นั้นกลับทำให้ภาพวาดนั้นดูสวยกว่าตัวจริงเสียอีก ไม่ว่าใครได้พบเห็นภาพนี้จะต้องชื่นชอบ แม้แต่หวังอันซี่เองก็ยังชื่นชอบ ดังนั้นจึงตัดสินใจเก็บภาพนี้ไว้ หลายต่อหลายครั้งที่สื่อต๋าหมิงถามถึงภาพวาด หวังอันซี่ก็จะบ่ายเบี่ยงว่ายังวาดไม่เสร็จ เฉินเยี่ยฮุ่ยแปลกใจมากทั้งที่หวังอันซี่วาดภาพเสร็จแล้วแต่กลับไม่ยอมมอบให้สื่อต๋าหมิง ต่อมาเฉินเยี่ยฮุ่ยพบว่าหวังอันซี่มักจะลูบคลำภาพวาดอยู่เสมอ ทำให้นางเกิดความหึงหวงขึ้นมา ดังนั้นจึงแอบนำภาพวาดไปมอบให้สื่อต๋าหมิงหลังจากที่ภาพวาดตกถึงมือสื่อต๋าหมิงแล้ว สื่อต๋าหมิงเห็นหญิงงามในภาพวาดราวกับเทพธิดาจึงชื่นชอบถึงกับไม่ยอมวาง มือเลยทีเดียว สื่อต๋าหมิงรำพันว่าถ้าชาตินี้ตนได้ครองรักกับหญิงงามเช่นนี้ ถึงแม้จะให้ตนอายุสั้นก็ยินดี กลางคืนอันเงียบสงัด สื่อต๋าหมิงก็ยังคงชื่นชมภาพวาดนั้นอยู่จนเผลอหลับไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ในความฝัน สื่อต๋าหมิงเห็นหญิงงามปรากฏกายขึ้นมา นางบอกสื่อต๋าหมิงว่านางเป็นเทพธิดาซึ่งอยู่ในภาพ จากนั้นนางก็ขอบคุณสื่อต๋าหมิงที่วาดภาพนางขึ้นมา เทพธิดานำเหล้ามาคารวะสื่อต๋าหมิง สื่อต๋าหมิงดื่มเหล้าอย่างมีความสุข ในเวลากลางวันของวันรุ่งขึ้น หลังจากที่สื่อต๋าหมิงตื่นนอนขึ้นมาแล้วก็พบว่าภาพวาดหายไปหวังอันซี่ได้แต่ทำใจเมื่อรู้ว่าเฉินเยี่ย ฮุ่ยนำภาพวาด ไปมอบให้สื่อต๋าหมิง นึกไม่ถึงว่า สื่อต๋าหมิงมาหาหวังอันซี่ โดยบอกหวังอันซี่ว่าภาพวาดหายไป จากนั้นสื่อต๋าหมิงก็ถามหวังอันซี่ว่าขโมยภาพวาดไปหรือไม่ หวังอันซี่ปฏิเสธว่าไม่ได้ขโมยภาพวาดไป สื่อต๋าหมิงและหวังอันซี่ต่างพากันฉงนท์ไม่รู้ว่าภาพวาดหายไปได้อย่างไร ตกดึก ฝนตกหนัก หลังจากที่หวังอันซี่ร่วมงานแต่งงานที่ได้รับเชิญมาแล้วก็ขึ้นรถม้าเดินทางกลับบ้าน ไม่ไกลจากบ้านมากนัก หวังอันซี่เห็นหญิงสาวชุดขาวยืนกางร่มอยู่ท่ามกลางสายฝน ในมือถือห่อผ้า ร้องไห้ด้วยความน่าสงสาร หวังอันซี่เห็นเช่นนั้นจึงเข้าไปดูให้ชัดเจน หญิงสาวนั้นงดงามราวกับเทพธิดา ใบหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เมื่อหวังอันซี่จับจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงงามนั้น หวังอันซี่ก็ตกใจมากเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงงามนั้นเหมือนกับหญิงงามในภาพวาดที่ตนวาดขึ้นมาราวกับแกะ(ความจริงแล้วหญิงงามนางนี้ ไม่ใช่หญิงงามที่หวังอันซี่วาดขึ้นมา เพียงแต่นางมีใบหน้าเหมือนกับเหมยซันเหนียงเท่านั้น ทำให้หวังอันซี่คิดว่าเป็นวิญญาณของเหมยซันเหนียง ด้วยความตกใจและหวาดกลัวจึงทำให้หวังอันซี่วิ่งหนี ) หวังอันซี่เกิดความไม่สบายใจ ขึ้นมาเมื่อพบเห็นหญิงงาม ในภาพวาดที่ตนวาดขึ้นมา ดังนั้นจึงไปสอบถามสื่อต๋าหมิงถึงภาพวาดที่หายไป สื่อต๋าหมิงเล่าให้หวังอันซี่ฟังว่า เมื่อคืนนี้ขณะที่ตนดื่มเหล้ากำลังได้ที่ ทันใดนั้นหญิงงามในภาพวาดก็ปรากฏกายออกมา นางบอกว่านางเป็นเทพธิดา นางขอบคุณตนที่มีบุญคุณต่อนาง จากนั้นนางก็นำเหล้าคารวะตน เมื่อหวังอันซี่ได้ยินเช่นนั้นจึงปลอบใจตนเองว่าหญิง งามที่ตนพบเห็นเมื่อคืนนี้ไม่ใช่วิญญาณของเหมยซันเหนียง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเทพธิดาตามที่สื่อต๋าหมิงเล่าให้ฟังก็เป็นได้เพื่อนร่วมงานของหวังอันซี่ชักชวนหวังอันซี่ไป เที่ยวด้วยกัน หวังอันซี่ต้องขออนุญาตจากเฉินเยี่ยฮุ่ยเสียก่อนถึงจะไปได้ เพื่อนร่วมงานชักชวนหวังอันซี่ไปเที่ยวทะเลสาบ เฉินเยี่ยฮุ่ยอนุญาตให้หวังอันซี่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ หวังอันซี่และเพื่อน ๆ ล่องเรืออยู่ในทะเลสาป หวังอันซี่ตกใจมากเมื่อพบเห็นเทพธิดาในภาพวาดอยู่บนเรืออีกลำ เรือสองลำแล่นผ่านกัน หัวใจของหวังอันซี่เต้นระรัว วันหนึ่ง เฉินเยี่ยฮุ่ยเชิญหวังอันซี่เข้าวังหลวงเพื่อวาดภาพองค์หญิงซึ่งจะต้องอภิเษกสมรสถึงทิเบต ที่แท้องค์หญิงพระองค์นี้เป็นน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของเฉินเยี่ยฮุ่ย องค์หญิงเป็นพระธิดา ของน้องสาวแม่ของเฉินเยี่ยฮุ่ย องค์หญิงทรงนิยมชมชอบภาพวาด เนื่องจากองค์หญิงจะต้องเดินทางไกล ดังนั้นจึงคิดที่จะวาดภาพให้แม่เก็บไว้ดูต่างหน้า หลังจากที่หวังอันซี่เข้าวังหลวงไปแล้ว ยังไม่ทันได้วาดภาพองค์หญิง ด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น องค์หญิงก็ทรงกริ้ว ไม่ยอมให้หวังอันซี่วาดภาพเสียแล้ว เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น หวังอันซี่ก็จดจำรายละเอียดบนใบหน้า ขององค์หญิงได้ทั้งหมด เมื่อหวังอันซี่กลับบ้านก็วาดภาพองค์หญิงขึ้นมา เฉินเยี่ยฮุ่ยนำภาพวาดถวายองค์หญิง องค์หญิงทรงเลื่อมใสความสามารถในการวาดภาพขององค์หญิงยิ่งนัก หวังอันซี่ไม่อาจลืมเลือนเทพธิดาในภาพวาดไปได้ ดังนั้นจึงไปที่ทะเลสาบอีกครั้งเพื่อตามหานาง ในที่สุดหวังอันซี่ก็ได้พบกับนาง หวังอันซี่สอบถามชาติกำเนิดของนาง นางบอกหวังอันซี่ว่านางเป็นเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ เนื่องจากนางเห็นความสามารถในการวาดภาพของหวังอันซี่ ทำให้นางต้องสิงสถิตในภาพวาดหญิงงามที่หวังอันซี่วาดขึ้นมา ในเวลานี้ดวงวิญญาณของนางได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระดาษหนังคน ทำให้นางไม่สามารถกลับสรวงสวรรค์ไปได้ นึกไม่ถึงว่าหวังอันซี่กลับเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับคำพูดของนาง นางกล่าวต่อไปว่าเวลานี้นางกลายเป็นมนุษย์ไปเสียแล้ว ไม่มีที่พักพิง ความเคลือบแคลงสงสัยของหวังอันซี่ค่อยๆหมดไป ต่อมา หวังอันซี่และเทพธิดาในภาพวาดก็เปิดเผยความในใจต่อกัน หวังอันซี่เชิญนางไปที่หอชิงหลินสถานที่ที่หวังอันซี่ใช้วาดภาพ โดยให้นางพักอาศัยอยู่ที่นั่นไปพลางก่อน ในเวลาเดียวกัน ดอกเหมยกำลังบาน เหมยซันเหนียงมองไปที่ดอกเหมย จากนั้นก็ทอดถอนหายใจออกมา หวังอันซี่ดึงเหมยซันเหนียงเข้ามากอด ความรู้สึกเดิมเมื่อครั้งที่อยู่กับเหมยซัน เหนียงบังเกิดขึ้นมา หวังอันซี่รำพันคำว่ามองดอกเหมยดับกระหายออกมา ราวกับว่ากำลังคิดถึงหญิงสาวนางหนึ่ง เหมยซันเหนียงเกิดความฉงนท์ขึ้นมา นางเกิดความสงสัยว่าหวังอันซี่อาจ ไม่ใช่ฆาตกรที่ฆ่านางตายก็เป็นได้ เหมยซันเหนียงสัมผัสได้ถึงความรักที่หวังอันซี่ที่มีต่อนาง ทำให้นางถึงกับน้ำตาไหลพรากหวังอันซี่กล่าวว่าตนรักเหมยซันเหนียงมาก ทำให้เหมยซันเหนียงหลงเชื่อ หวังอันซี่ให้ที่พักพิงแก่เหมยซันเหนียง ด้วยความกลัวว่าเฉินเยี่ยฮุ่ยจะจับได้จึงระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ น้าสาวของเฉินเยี่ยฮุ่ยขอร้องหวังอันซี่วาดภาพเจ้าแม่กวนอิมให้นาง หวังอันซี่ฉวยโอกาส นี้ไปวาดภาพที่หอชิงหลิน แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือหวังอันซี่พบว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพหายไป ความสุขของมนุษย์นั้นมีไม่นานนัก ในที่สุดเฉินเยี่ยฮุ่ยก็พบว่าหวังอันซี่มีพิรุธ ดังนั้นจึงแอบสะกดรอยตามไปดูเพื่อให้รู้ความจริง เฉินเยี่ยฮุ่ยพบเห็นเหมยซันเหนียง เพียงชั่วพริบตาเดียว เหมยซันเหนียงก็หายไปต่อหน้าต่อตาเฉินเยี่ยฮุ่ย เฉินเยี่ยฮุ่ยเกิดความสงสัยขึ้นมาจึงคาดคั้นเอาความจริงจากหวังอันซี่ หวังอันซี่กลบเกลื่อนจนเอาตัวรอดไปได้ รุ่งขึ้น เฉินเยี่ยฮุ่ยบุกไปที่หอชิงหลิน โดยไม่ให้เหมยซันเหนียงได้ทันตั้งตัว แต่กลับไม่พบเห็นอะไร วันหนึ่ง หวังอันซี่ไปร่วมงานวันเกิดที่บ้านสกุลโหว เศรษฐีโหวเชื้อเชิญนักพรตซึ่งมีวิชาอาคมแก่กล้ามาร่วมงาน โดยให้นักพรตสำแดงอิทธิฤทธิ์ให้ทุกคนดูเป็นขวัญตา นักพรตเห็นว่าไม่สามารถบ่ายเบี่ยงได้จึงวาดภาพแปดเซียนลงบนกระดาษ จากนั้นก็ให้แปดเซียนปรากฏกายขึ้นมาอวยพรวันเกิดให้เศรษฐีโหว ทุกคนต่างพากันเลื่อมใสความสามารถของนักพรต หวังอันซี่ขอคำชี้แนะจากนักพรต นักพรตหัวเราะบอกหวังอันซี่ว่าเป็นเพียงการแสดงเท่านั้น นักพรตพบว่ามีไอปิศาจติดอยู่ที่ร่างของหวังอันซี่ หวังอันซี่จะต้องได้พบกับวิญญาณร้ายมาก่อนหน้านี้แน่นอน แม้ว่าหวังอันซี่ไม่ได้ปริปากตอบโต้แต่อย่างใด แต่ก็รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย หวังอันซี่เกิดความสงสัยขึ้นมา ดังนั้นจึงแอบไปหอชิงหลินในยามวิกาลแอบดูเหมยซันเหนียง หวังอันซี่เห็นหญิงนางหนึ่งปล่อยผมยาวกำลังแต่งตัวอยู่ ในมือถือแผ่นหนังใบหน้าเอาไว้ จากนั้นนางก็วาดคิ้ว,ตาและปาก หลังจากที่วาดเสร็จก็นำแผ่นหนังติดลงบนใบหน้า หญิงสาวหันหน้ามา หวังอันซี่ตกใจมากถึงกับวิ่งหนีไม่ทันเมื่อเห็นว่าหญิงนางนั้นคือเหมยซันเหนียง นับแต่นั้นมาหวังอันซี่ก็ไม่กล้าไปที่หอชิงหลินอีกต่อไป เฉินเยี่ยฮุ่ยเห็นหวังอันซี่อยู่ในอาการหวาดกลัวจึงสอบถามความจริงจากหวังอันซี่ แต่หวังอันซี่ก็ยังคงปกปิดความจริงไม่ให้เฉินเยี่ยฮุ่ยล่วงรู้ หวังอันซี่ไม่ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่กล้าแม้แต่นอนหลับ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ เช้าวันรุ่งขึ้น หวังอันซี่รีบรุดไปขอความช่วยเหลือจากนักพรต นักพรตมอบยันต์สองใบให้หวังอันซี่ โดยบอกหวังอันซี่ว่าใบหนึ่งติดไว้ที่ประตูบ้าน ส่วนอีกใบหนึ่งนั้นให้พกติดตัวไว้ เหมยซันเหนียงเฝ้าคอยหวังอันซี่อยู่หลายวัน แต่ก็ไม่เห็นหวังอันซี่มาหานาง ดังนั้นจึงตัดสินใจไปหาหวังอันซี่ที่บ้าน เหมยซันเหนียงตกใจมากเมื่อเห็นยันต์ติด อยู่ที่ประตูบ้าน ทำให้เหมยซัน เหนียงคิดว่า บางทีหวัง อันซี่อาจจะรู้ความจริงแล้วก็เป็นได้ ด้วยความโกรธจึงสำแดงอิทธิฤทธิ์เผาทำลายยันต์ แต่ถึงกระนั้นก็ตามนางก็พลอยได้รับบาดเจ็บจากอานุภาพของยันต์นั้นด้วย เนื่องจากหวังอันซี่พกยันต์อีกแผ่นหนึ่งติดตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้นางไม่สามารถเข้าใกล้หวังอันซี่ได้เลยหวังอันซี่คิดว่ายันต์ที่นักพรตมอบ ให้นั้นสามารถปกป้องคุ้มครอง ตนได้ดังนั้นจึงเกิดความสบายใจ ขึ้นมา ดวงวิญญาณของเหมยซันเหนียงอาละวาดที่บ้านหวังอันซี่ไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้เฉินเยี่ยฮุ่ยรู้สึกว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล วันหนึ่งขณะที่เฉินเยี่ยฮุ่ย กำลังแต่งตัวอยู่นั่นเอง นางพบว่าใบหน้าของนางหายไป เหลือแต่เพียงรูปหน้าเท่านั้น เหมยซันเหนียงสุดที่จะทนได้จึงด่าทอดวงวิญญาณที่มาก่อกวนนาง เหมยซันเหนียงบอกให้เฉินเยี่ยฮุ่ยไปสอบถามความจริงจากหวังอันซี่ว่า ก่อกรรมทำเข็ญอะไรเอาไว้ เฉินเยี่ยฮุ่ยคาดคั้นเอาความจริงจากหวังอันซี่ แต่หวังอันซี่กลับกล้อมแกล้มโดยเล่าให้เฉินเยี่ยฮุ่ย ฟังว่าก่อนที่ตน จะแต่งงานกับนางนั้น เคยคบหากับนางรำที่หังโจว โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษแต่อย่างใด นึกไม่ถึงว่านางกลับตามดึงดันตนมาตลอด ติดตามมาจนถึงเมืองหลวง นางใช้ความตายเป็น เครื่องต่อรองกับตน แต่ตนก็ไม่ได้สนใจใยดี นางจึงฆ่าตัวตายเฉินเยี่ยฮุ่ยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับคำพูดของหวังอันซี่ ทันใดนั้นเองเฉินเยี่ยฮุ่ยก็รู้สึกว่านางรู้เรื่องราวของหวังอันซี่น้อยเกินไป ทุกครั้งที่ถามหวังอันซี่ หวังอันซี่ก็จะพยายามบ่ายเบี่ยงวันหนึ่ง เหมยซันเหนียงเข้าสิงร่างเฉินเยี่ยฮุ่ย แล้วหลอกให้หวังอันซี่ถอดยันต์ที่พกติดตัว หวังอันซี่ไม่รู้ว่าเหมยซันเหนียงสิงอยู่ในร่างเฉินเยี่ยฮุ่ย ดังนั้นจึงถอดยันต์ออก จากนั้นเหมยซันเหนียงก็จับกุมตัวหวังอันซี่ไปหวังอันซี่ถูกเหมยซันเหนียงขังไว้ที่หอชิงหลิน จากนั้นก็บังคับให้หวังอันซี่อยู่กับนางที่นี่ตลอดไป เฉินเยี่ยฮุ่ยต้องการช่วยชีวิตหวังอันซี่ นางจึงไปขอความช่วยเหลือจากนักพรต นักพรตทำพิธีกำจัดเหมยซันเหนียง นึกไม่ถึงว่าจิตใจเหมยซันเหนียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น จึงทำให้มีอิทธิฤทธิ์ แก่กล้า ทำให้นักพรตไม่สามารถสยบนางได้ เหมยซันเหนียงใช้ชีวิตหวังอันซี่ต่อรอง ถ้าหากเฉินเยี่ยฮุ่ยพานักพรตมากำจัดนางนางจะฆ่าหวังอันซี่ทันที จากนั้นเหมยซันเหนียงก็บอกเฉินเยี่ยฮุ่ย ว่าอย่าได้เสียใจกับชายที่ทรยศต่อความรักเช่นหวังอันซี่เลย การที่หวังอันซี่แต่งงานอยู่กินกับเฉินเยี่ยฮุ่ยนั้นเป็นเพราะต้องการความสุขสบาย ไม่ใช่ความรักแต่อย่างใดหวังอันซีพบจุด อ่อนของเหมย ซันเหนียง เมื่อครั้งที่เหมยซันเหนียงมีชีวิตอยู่นั้นนางตายด้วยถูกไฟครอกตาย ดังนั้นจึงตัดสินใจใช้ไฟเล่นงานเหมยซันเหนียง หวังอันซี่เผาหอชิงหลิน แม้ว่าเหมยซันเหนียงจะมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้าสักเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถสู้กับไฟได้ หวังอันซี่ฉวยโอกาสที่เหมยซันเหนียงกำลังถูกไฟแผดเผาอยู่นั้นหลบหนีไปนักพรตสะกดดวงวิญญาณ เหมย ซันเหนียงไว้ในเจดีย์เจ็ดชั้น เหมยซันเหนียงขอร้องนักพรตให้ปล่อยนางไป เหมยซันเหนียงเล่าให้นักพรตฟังว่าเมื่อครั้งที่นางมีชีวิตอยู่นั้นถูกหวังอันซี่ฆ่าตาย ทำให้นางกลายเป็นดวงวิญญาณ ที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น นางเพียงต้องการล้างแค้นหวังอันซี่เท่านั้น หวังว่านักพรตจะไม่ขัดขวางนาง คืนความเป็นธรรมให้นาง เมื่อนักพรตได้ยินเช่นนั้นจึงเกิดความเห็นใจ เหมยซันเหนียงขึ้นมา ดังนั้นจึงไม่ทำลายดวงวิญญาณเหมยซันเหนียง ได้แต่นำเจดีย์เจ็ดชั้นซึ่งขังดวงวิญญาณ เหมยซันเหนียงไว้นั้นซ่อนไว้ในถ้ำแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะจบ ลงด้วยดี หวังอันซี่พยายามชดเชยสิ่งที่แล้วมาให้เฉินเยี่ยฮุ่ย นึกไม่ถึงว่าเฉินเยี่ยฮุ่ยก็ยังไม่วางใจหวังอันซี่อยู่ดี อุปนิสัยคนยากนักจะเปลี่ยนแปลง หวังอันซี่นักฉวยโอกาส ไม่มีทางปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ไปอย่างแน่นอนและแล้วโอกาสก็มาถึง องค์หญิงซึ่งทรงอภิเษกสมรสได้ไม่นานนัก พระสวามีขององค์หญิงก็สิ้นพระชนม์ ทำให้องค์หญิงเสด็จกลับเมืองหลวง องค์หญิงทรงมีรับสั่งให้หวังอันซี่ เข้าเฝ้าเพื่อวาดภาพถวาย นานวันเข้าหวังอันซี่และองค์หญิงก็เกิดความรักใคร่ชอบพอกันขึ้นมา องค์หญิงทรงยินดีอภิเษกสมรสกับหวังอันซี่ แต่น่าเสียดายที่หวังอันซี่มีครอบครัวแล้ว องค์หญิงทรงมีฐานะสูงศักดิ์จะเป็นอนุภรรยาได้อย่างไร หวังอันซี่คิดว่าถ้าหากได้แต่งงานกับองค์หญิง ตนก็เป็นราชบุตรเขย มีฐานะสูงศักดิ์ เสวยสุขไปชั่วชีวิต เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เกิดความเบื่อหน่ายเฉินเยี่ยฮุ่ย หวังอันซี่วางแผนกำจัดเฉินเยี่ยฮุ่ย โชคดีที่เฉินเยี่ยฮุ่ยรักษาชีวิตไว้ได้ เฉินเยี่ยฮุ่ยหลบหนีหวังอันซี่ไปจนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง นางซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ นึกไม่ถึงว่าหวังอันซี่กลับใช้ไฟเล่นงานเฉินเยี่ยฮุ่ย ขณะที่เฉินเยี่ยฮุ่ยอับจนหนทางนั่นเอง นางพบเจดีย์เจ็ดชั้นซึ่งขังดวงวิญญาณของเหมยซันเหนียง เสียงของเหมยซันเหนียงดังออกมาจากเจดีย์เจ็ดชั้น เฉินเยี่ยฮุ่ยตัดสินใจปลดปล่อยดวงวิญญาณเหมยซันเหนียงออกมา ในที่สุดหวังอันซี่ก็ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเหมยซันเหนียง เฉินเยี่ยฮุ่ยได้รับบาดเจ็บสาหัส เหมยซันเหนียงพูดด้วยรอยยิ้มว่าจะสอนนางวาดแผ่นหนัง...... ตอน : ลิขิตรักข้ามภพ (Xiao Qian - 小倩)หนิงไฉ่เฉินและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน คนสองคนซึ่งไม่ควรรักกัน แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถรอดพ้นชะตากรรมไปได้ ....เล่าขานกันว่าวัดหลัน ยั่วซื่อแห่ง เมืองหนันไหลมีปิศาจสาวยั่วยวนผู้ชายเพื่อดูดซับพลังชีวิต ชายคนใดที่ถูกปิศาจสาวดูดพลังชีวิตไปจะต้องถึงแก่ความตาย คำร่ำลือนี้น่าสะพรึงกลัวมากทีเดียว เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนปิศาจจิ้งจอกสาวที่มีความเฉลียวฉลาด ปิงเอ๋อปิศาจกาเป็นศิษย์น้องของนาง เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนถูก ปิศาจต้นไม้พัน ปีควบคุมโดยการควักหัวใจของนางไปเก็บรักษาไว้ ปิศาจต้นไม้พันปีสั่งให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนดูดพลังชีวิตจาก มนุษย์ผู้ชาย มาเพื่อใช้ฝึกวิชา เนื่องจากเหล่าเล้าปิศาจต้นไม้เคยผิดหวังจากความรักมาก่อน ทำให้เกลียดชังความรักเป็นที่สุด เหล่าเล้าใช้ มนต์สะกด เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ถ้าหากเมื่อใดนางหลงรักมนุษย์ผู้ชาย ร่างที่แท้จริงของนางก็จะปรากฏออกมา ทำให้ไม่สามารถสมหวังใน ความรัก เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเชื่อคำพูดของเหล่าเล้า ทำให้นางกลายเป็นปิศาจที่ไร้ซึ่งความรัก เสี่ยวเชี่ยนเป็นปิศาจสาวที่มองโลกในแง่ดี นางไม่สนใจความรักแต่อย่างใด ปรารถนาแต่เพียงการบำเพ็ญ เพียรเพื่อให้ได้เป็น มนุษย์เท่านั้น ที่สำคัญได้รับหัวใจที่เหล่าเล่าควักไปกลับคืนมา สิ่งที่น่าแปลกก็คือทุกครั้งหลังจากที่เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนทำร้ายมนุษย์ นางจะเจ็บปวดหน้าอกมาก แม้ว่าเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนจะเจ็บปวดและเดียวดายก็ตาม ด้วยความที่มองโลกในแง่ดี ทำให้นางหนทาง แก้ปัญหาได้ในที่สุดและแล้วภัยพิบัติครั้งใหญ่ก็มาถึง เยี่ยนชื่อเสียนักพรตซึ่งมีวิชาอาคมแก่กล้าก็เดินทางมาถึงเมืองหนันไหล เยี่ยนชื่อเสียเก็บเนื้อเก็บตัวนานหลายปีเพื่อรอโอกาสกำจัดปิศาจทมิฬ ความอับอายที่พ่ายแพ้ในศึกครั้งก่อน ถึงแม้ว่าวันนี้เยี่ยน ชื่อเสียมีวิชาอาคมแก่กล้ากว่าเดิม แต่กลับไม่สามารถกำจัดปิศาจเล็กปิศาจน้อยแม้แต่ตนเดียว ที่เป็นเช่นนี้นั้นเนื่องจากเยี่ยน ชื่อสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองไปนั่นเอง ในสายตาเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน คู่ต่อสู้ของนางไม่ใช่เยี่ยนชื่อเสีย แต่กลับเป็นหนิงไฉ่เฉิน มนุษย์ที่ กำลังส่งเนื้อเข้าปากเสือ หนิงไฉ่เฉินเป็นบัณฑิตธรรมดาคนหนึ่งซึ่งรับจ้างส่งจดหมาย หนิงไฉ่เฉินเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้คน ไม่ว่าจะไกลเพียงใด ไม่ว่าจะลำบากลำบนเพียงใด เมื่อได้รับมอบหมายก็จะทำงานให้ลุล่วงไปทุกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดเป็นดังนี้ หนิงไฉ่เฉินได้รับการว่าจ้างจากหญิงคนหนึ่งให้นำจดหมาย ไปส่งให้เฉินปิ่งสามีของนาง ที่เมืองหนันไหลอัน ไกลโพ้น เมื่อหนิงไฉ่เฉินเดินทางมาถึงเมืองหนันไหลถึงได้รู้ความจริงว่าเฉินปิ่งเสียชีวิตไปแล้ว หนิงไฉ่เฉินตัดสินใจพัก ที่เมืองหนัน ไหลสักระยะหนึ่ง จากนั้นค่อยคิดอ่านว่าจะทำอะไรต่อไป เพื่อประหยัดเงิน ทำให้หนิงไฉ่เฉินต้องใช้วัดหลันยั่วซื่อเป็นที่ซุกหัวนอน ร้องไห้ไม่ได้ก็คือหนิงไฉ่เฉินช่วยชีวิตเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเยี่ยนชื่อเสีย โดยไม่คำนึงถึงชีวิตตนเองแม้แต่น้อย ในที่สุดเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนก็ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือหนิงไฉ่เฉิน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นที่สูญสิ้นไปของเยี่ยนชื่อเสียกลับคืนมา เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนจงใจถูกเยี่ยนชื่อเสียทำร้ายเพื่อยืนยันความร้ายกาจของเยี่ยนชื่อเสีย จากการเสียสละของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ทำให้ความเชื่อมั่นของเยี่ยนชื่อเสียกลับคืนมา เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เยี่ยนชื่อเสียซาบซึ้งน้ำใจของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน นับแต่นั้นเป็นต้นมา นักพรตและปิศาจก็กลายเป็นเพื่อนกัน ในที่สุดจากความร่วมมือของมนุษย์,ปิศาจและนักพรต ทำให้ความปรารถนาของเฉินปิ่งลุล่วง เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนคิดว่าหนิงไฉ่เฉินจะต้องเตลิดไปอย่างแน่นอน.... มีเพียงหนิงไฉ่เฉินที่รู้แก่ใจว่าตนไม่สามารถสลัดความรักที่มีต่อเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนไปได้ ไม่ว่านางจะเป็นมนุษย์หรือปิศาจก็ตาม หนิงไฉ่เฉินตัดสินใจว่าจะยึดมั่นความรักที่มีต่อนาง เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกลับไม่กล้าพบหน้าหนิงไฉ่เฉิน หนิงไฉ่เฉินเขียนจดหมายถึงเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนทุกวัน โดยขอร้องให้เยี่ยนชื่อเสียช่วยเป็นสื่อกลางส่งสารให้ตน หนิงไฉ่เฉินเขียนจดหมายถึงเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนจนกระดาษหมด เมื่อกระดาษหมด หนิงไฉ่เฉินก็เขียนตามกำแพงบ้าง พื้นบ้าง สุดแล้วแต่จะหาที่เขียนได้ ในที่สุดเรื่องของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉินก็รู้ถึงเหล่าเล้า เหล่าเล้าโกรธมากถึงกับมีคำสั่งให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนแต่งงานกับปิศาจทมิฬ เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนต้องการให้หนิงไฉ่เฉินตัดใจจากนางให้ได้ นางจึงปฏิบัติตามคำสั่งเหล่าเล้า นึกไม่ถึงว่าในวันแต่งงาน หนิงไฉ่เฉินบุกชิงตัวเจ้าสาว เยี่ยนชื่อเสียตระหนักดีว่าความรักระหว่างเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉินนั้นมีอุปสรรคมากมาย แต่ความกล้าหาญของหนิงไฉ่เฉิน ทำให้เยี่ยนชื่อเสียต้องช่วยเหลือโดยไม่สามารถนิ่งดูดายได้ เยี่ยนชื่อเสียช่วยเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน และหนิงไฉ่เฉินหลบหนีจากปิศาจทมิฬ ปิศาจทมิฬเคียดแค้นมากจึงมีคำสั่งให้สมุนปิศาจออกตามล่าคนทั้งสอง หนึ่งกอดแลกกับการแยกจาก สมุนปิศาจออกตามล่าเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉินอย่างไม่ลดละ เนื่องจากความรักที่มั่นคง ทำให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉินต่างไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็จะไม่แยกจากกัน ความรักของทั้งสองสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วปฐพี สรรพสัตว์ ต่างพากันหยุดนิ่ง แม้แต่สมุนปิศาจที่ตามล่าทั้งสองก็เช่นกัน ขณะที่เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉินสวมกอดกันอยู่นั่นเอง ทันใดนั้นเองคำสาปของเหล่าเล้าก็สำแดงฤทธิ์ออกมา ทำให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนค่อยๆหายไปท่ามกลางอ้อมกอดของหนิงไฉ่เฉิน นึกไม่ถึงว่าการกอดกันของคนรักกลับต้องแลกกับการแยกจากชั่วนิรันดร์ ตอน : ตำนานรักปีศาจจิ้งจอก (Xiao Cui - 小翠)หวังหวงจื้อ มีลูกชายปัญญาอ่อนนามว่า หวังเอี้ยนฟง ไม่มีบ้านไหนยอมแต่งงานเป็นสะใภ้ ทำให้หวังหวงจื้อ |


