Jay Chou (C)

ดาวโป๊สามมิติแฉสัมพันธ์ลึกผู้กำกับดัง แถมคุยเสน่ห์แรงจน "เจย์ โจว" (Jay Chou) ตามตื้อ


"หลันเหยียน" (Leni Lan) นางแบบสาวเซ็กซี่ที่กำลังโด่งดังกับการรับบทเด่นในหนัง "3D Sex and Zen" ออกมาแฉถึงเรื่องลับ ๆ ของตนเองกับหนุ่มคนดังในวงการบันเทิง ทั้งความสัมพันธ์กับ "สแตนลีย์ ตง" (Stanley Tong) ผู้กำกับหนังบู๊คนดัง รวมถึงคำกล่าวอ้างที่ว่า นักร้องหนุ่มซุปเปอร์สตาร์แห่งไต้หวัน "เจย์ โจว" (Jay Chou) เคยโทรศัพท์ตามตื้อ เพื่อของดินเนอร์กับเธอมาแล้ว

ดาวยั่วคนใหม่แห่งวงการบันเทิงฮ่องกง หลันเหยียน เริ่มกลายเป็นที่สนอกสนใจของสื่อมวลชนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนักแสดงนำของหนังเรื่อง 3D Sex and Zen: Extreme Ecstasy หนังโป๊สามมิติที่กำลังเป็นข่าวเกรียวกราวทั่วโลกในขณะนี้ สาวเซี่ยงไฮ้คนนี้เริ่มต้นเป็นที่รู้จัก และโด่งดังขึ้นมาในเมืองจีน ก็เพราะหลายคนลงความเห็นว่าเธอมีใบหน้าคล้ายกับ จางป๋อจือ (Cecilia Cheung) นักแสดงสาวคนดังชาวฮ่องกงนั่นเอง

ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Oriental Daily นางแบบเซ็กซี่วัย 20 ปี คนนี้ ได้ออกมาเผยเรื่องราวความสัมพันธ์ของตนเอง กับหนุ่มคนดังแห่งวงการบันเทิงหลายคน รวมถึงนักร้องคนดังแห่งไต้หวัน เจย์ โจวที่เคยหลงเสน่ห์ในตัวเธอ และโทรศัพท์ตามตื้อถึง 4 หนในวันเดียว เพื่อขอนัดทานอาหารค่ำมาแล้ว "ฉันไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ฉันคิดว่าเขาอยากจะจีบฉันนะคะ ครั้งหนึ่งที่เขาเดินทางมาปักกิ่ง เจย์ โทรศัพท์มาหาฉันสองครั้งในตอนเช้า และอีก 2 ครั้งในช่วงเย็น เพื่อชวนฉันไปดินเนอร์"

แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ครั้งนั้นไม่ได้เริ่มต้นขึ้น นางแบบสาวคนดังให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า "เพราะฉันอยู่ที่เมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนเขาอยู่ในไต้หวัน ระยะทางมันมากเกินไปค่ะ"

หลันเหยียน ยังเคยโพสต์รูปคู่ของตนเอง และเจย์โชว์ลงบนเว็บต์ Facebook เพื่อยืนยันว่าทั้งสองรู้จักกันจริง ไม่ได้เป็นเพียงการกุเรื่องขึ้นมาเท่านั้น เพราะเหตุการณ์กุเรื่องทำนองนี้ เกิดขึ้นกับนักร้องหนุ่มชาวไต้หวันอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ซึ่งมีนางแบบสาวรายหนึ่งที่ชื่อว่า ฮันนี่ เฉิน ออกมาอ้างถึงเรื่องกุ๊กกิ๊กระหว่างตนเอง และเจย์ ต่อมามีหลักฐานหลายอย่างที่ชี้ว่า ฮันนี่ เฉิน (Honey Chen) เพียงสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อโปรโมตตัวเองเท่านั้น



ฮันเกิง (Han Geng) จัดกิจกรรมที่ไต้หวัน


ฮันเกิง / ฮันคยอง (Han Geng / Han Kyung) ที่เป็นศิลปินจากประเทศจีนแดงอยู่ที่กรุงปักกิ่งในช่วงสัปดาห์ที่แล้วที่จัดคอนเสิร์ต 2 วัน ที่ชื่อว่า Geng’s Heart และเขาจะเดินทางไปที่ไต้หวันในวันที่ 15 สิงหาคมที่จะจัดกิจกรรมแรกที่นั่นที่ Recreation Center ของมหาวิทยาลัย National Taipei และบัตรของคอนเสิร์ตนี้จะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 20 กรกฎาคม เวลา 14.09 น. เพราะว่าวันเกิดของฮันเกิงคือ 9 กุมภาพันธ์ ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น 2.09 ในช่วงบ่าย

นอกจากร้องเพลงใหม่ของเขาแล้ว เขายังร้องเพลง Starry Mood ของเจย์โชว์ (Jay Chou) นอกจากนั้นเจย์โชว์จะมีข้อความทางวีดีโอส่งไปให้ฮันเกิงเพื่อที่อวยพรขอให้เขาโชคดีและให้กำลังใจเขา “ฮันเกิงเป็นคนที่อบอุ่นมากๆ ผมหวังว่าอัลบั้มนี้ของเขาจะเป็นที่นิยม” ในเวลาที่เจย์โชว์ไปที่เกาหลีใต้ในช่วงหลายปีก่อนที่ไปโปรโมทภาพยนตร์ของเขาเรื่อง Secret นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพบกับฮันเกิง ครั้งนี้ฮันเกิงจะไปที่ไต้หวันเพื่อจัดกิจกรรมที่นั้น และเขาจะมีโอกาสได้พบปะกับแฟนๆ ของเขาด้วยการจัดงานมีทแอนด์กรีท



"เจย์ โจว" (Jay Chou) โชว์แมน ย่องเงียบเยี่ยมแฟนคลับที่โรงพยาบาล


ไม่แปลกใจเลยที่ "เจย์ โจว" (Jay Chou) หรือ "โจวเจี๋ยหลุน" นักร้องซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของไต้หวันจะได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากบรรดาแฟนคลับ เพราะมีรายงานว่าเจ้าตัวแอบย่องเงียบไปเยี่ยมแฟนคลับที่ล้มป่วยถึงโรงพยาบาลเพื่อให้กำลังใจ

สร้างความประทับใจให้บรรดาแฟนคลับได้ปลื้มอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า เจย์ โจว ราชาเพลงป็อปของไต้หวันได้ไปเปิดคอนเสิร์ตที่เทียนจิน ประเทศจีน แต่มีแฟนคลับวัยเด็กของเขาล้มป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดจนไม่สามารถไปร่วมชมคอนเสิร์ตได้ เมื่อเจ้าตัวทราบเรื่องก็ยืนยันขอไปเยี่ยมแฟนคลับที่โรงพยาบาลทันที

รายงานระบุว่า ทางบริษัทต้นสังกัดของเจย์ได้จัดการเตรียมโทรศัพท์ให้นักร้องชื่อดังได้พูดคุยให้กำลังใจหนูน้อยแฟนคลับ แต่ทางเจย์เองยืนยันว่าเขาขอไปเยี่ยมหนูน้อยเป็นการส่วนตัว ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับหนูน้อยแฟนคลับเป็นอย่างมาก

โดยงานนี้เขาได้มอบอัลบั้มพร้อมลายเซ็น พร้อมกับให้กำลังใจหนูน้อยด้วยว่า "แม้ว่าหนูจะไปดูคอนเสิร์ตพี่ในเทียนจินไม่ได้ แต่หนูไปดูพี่ที่อื่นก็ได้ครับหลังจากที่หนูรักษาตัวหายแล้ว"

ซึ่งเจย์ โจว ยังได้ให้สัญญากับหนูน้อยด้วยว่าเขาจะเชิญหนูน้อยไปคอนเสิร์ตของเขาหลังจากที่การผ่าตัดของหนูน้อยผ่านไปด้วยดีอย่างแน่นอน

เรียกได้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจย์ โจว แสดงความอ่อนโยนของเขาออกมาให้แฟนคลับได้ประทับใจ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 แฟนคลับสาวของเจย์เองได้รับอุบัติเหตุอาการสาหัส และทางแพทย์ก็ยืนยันว่าอาการน่าเป็นห่วงจนเรียกได้ว่าหมดหวังจะยื้อชีวิต แต่แม่ของเธอเห็นชัดว่าลูกสาวมีอาการตอบสนองกับเพลงของเจย์ โจว จนในที่สุดเธอฟื้นจากอาการโคม่าได้

ตามรายงานระบุว่าแม่ของสาวคนดังกล่าวยืนยันว่า เจย์ มาเยี่ยมลูกสาวของเธอหลายครั้ง แต่นักร้องดังไม่เคยทำตัวเป็นข่าวหรือพูดออกสื่อ "เจย์และแม่ของเขาเป็นคนจิตใจดีมาก เขาเหมือนเป็นพี่ชายของลูกฉันเลย"

Manager Online



ช่วยผู้กำกับร่วมชาติ "เจย์ โจว" (Jay Chou) ปล่อยเงินกู้ 40 ล้าน คิดดอกแค่เหรียญเดียว


นอกจากจะสร้างงานของตัวเองแล้ว "เจย์ โจว" (Jay Chou) ยังช่วยสนับสนุนงานของเพื่อนร่วมชาติด้วย ล่าสุดมีรายงานว่าหนุ่มนักร้องอันดับ 1 แห่งไต้หวัน ปล่อยเงินกู้ให้กับผู้กำกับหนังเพื่อนร่วมชาติ ถึง 40 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงินในการสร้างหนังฟอร์มใหญ่เรื่องหนึ่ง ซึ่งคิดดอกเบี้ยเพียงแค่เหรียญเดียวเท่านั้น

มีรายงานจากต่างประเทศว่า ซุปเปอร์สตาร์แห่งไต้หวัน เจย์ โจว หรือ โจวเจี๋ยหลุน ที่สามารถทำรายได้ตลอดปีที่แล้วถึง 550 ล้านเหรียญไต้หวัน ได้ตัดสินใจยื่นเงินก้อนใหญ่จำนวนถึง 40 ล้านเหรียญไต้หวัน (หรือประมาณ 40 ล้านบาท) ให้กับผู้กำกับ เหว่ยเท่อเซิง เจ้าของหนังดัง Cape No. 7 ยืมเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อแก้วิกฤติทางการเงินในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ของผู้กำกับดังรายนี้

หนังเรื่อง Seeding Bale ที่ถ่ายทำลากยาวกันมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีก่อน และเพิ่งจะมีกำหนดปิดกล้องในเดือน ก.ค. ที่จะถึงนี้ ต้องพบกับปัญหาการถ่ายทำอันยาวนาน หลังประสบกับวิกฤติทางการเงิน จนทุนสร้างบานปลายไปถึง 600 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งมีข่าวว่าหนังเคยค้างชำระ ค่าเช่ารถยนต์สำหรับการถ่ายทำอยู่ถึง 2.6 ล้านเหรียญฯ เลยทีเดียว

ซึ่งล่าสุดตัวแทนจากบริษัท JVR Music ของ เจย์ โจว ได้ออกมายอมรับว่า ข่าวเรื่องการปล่อยกู้เงินสำหรับภาพยนตร์ Seeding Bale ของนักร้องหนุ่มคนดังเป็นเรื่องจริง ... "เจย์ อยากสนับสนุนหนังดีๆ และผู้กำกับเก่งๆ ครับ พวกเขาต้องการเงิน เป็นสิ่งที่เจย์พอจะช่วยได้ แต่เราคงไม่สามารถเปิดเผยถึงตัวเลขเงินกู้ที่แท้จริง ให้ทุกคนได้ทราบในตอนนี้ได้"

ฝ่ายผู้อำนวยการสร้างของหนัง ก็ออกมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน พร้อมขอบคุณนักร้องหนุ่มคนดังที่ให้ยืมเงิน แบบแทบจะไม่คิดดอกเบี้ยเลย "เจย์ โจว ให้เงินเรายืมหลังจากรู้ถึงปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งเราได้จ่ายคืนไปแล้วในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาครับ เขาคิดดอกเบี้ยเพียงแค่ เหรียญเดียวเท่านั้น ซึ่งพวกเรารู้สึกสำนึกในบุญคุณครั้งนี้จริง"



นางแบบกิ๊กก๊อกอ้างสนิท "เจย์ โชว" (Jay Chou) คุยเคยขึ้น "แบทโมบิล" นักร้องดังมาแล้ว


"ฮันนี่ เฉิน" (Honey Chen) นางแบบวัย 20 ปี ออกมาอ้าง ถึงความสนิทสนมเป็นพิเศษของตัวเองกับ "เจย์ โชว" (Jay Chou) ศิลปินชื่อดังระดับประเทศ พร้อมระบุ "อาเจี๋ย" เคยเอ่ยปากขอเบอร์โทร และชวนเธอขึ้นรถ "แบทโมบิล" ของเขามาแล้ว

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โจย์ โชว หรือโจวเจี๋ยหลุน นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังวัย 31 ปี แห่งไต้หวัน ออกมาแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้ม Era ผลงานชุดที่ 10 ของตัวเอง ในช่วงหนึ่งของการแถลง เขากล่าวอย่างเหนื่อยหน่ายถึงข่าวลือเกี่ยวกับสาวๆ ที่มีมากเป็นพิเศษในช่วงนี้ว่า "ระยะนี้โชคของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยครับ"

ความซวยที่นักร้องหนุ่มพูดถึงก็คือ กรณีที่มีสาวถึง 2 คน ออกมาอ้างว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขานั่นเอง

สาวคนล่าสุดที่ออกมาพูดกับสื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวก็คือ ฮันนี่ เฉิน นางแบบสาว ที่สื่อไต้หวันระบุว่าเป็น นางแบบประจำเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ของที่นั่น นางแบบวัย 20 ปี ออกมาเผยในรายการวาไรตี้โชว์ท้องถิ่น ถึงความสนิทชิดเชื้อของตัวเองกับศิลปินอันดับ 1 ของประเทส จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วไต้หวัน หนึ่งในคำกล่าวอ้างของนางแบบคนนี้ ก็คือการอ้างว่า เจย์ โชว เคยเรียกเธอว่าเป็น "สาวที่ดูบริสุทธิ์ที่สุด เท่าที่เขาเคยรู้จักมา"

หลังจากกลายเป็นข่าวดังในชั่วข้ามคืน วันต่อมานางแบบคนเดิม ยังออกมาพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับนักร้องหนุ่มคนดังอีกครั้ง กับการเล่าถึงเรื่องสองปีก่อนว่า เจย์ โชว เคยพาเธอนั่ง 'รถแบทโมบิล' หรือ 'รถค้างคาว' สีดำสุดหวงของเขามาแล้ว

รถยนต์คันดังกล่าว เป็นที่รู้จักในประเทศไต้หวันดี เพราะเป็นรถที่ถูกออกแบบ ให้คล้ายกับยานพาหนะของแบทแมนซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังแห่งดีซีคอมมิค ที่ เจย์ โชว ซื้อเก็บไว้เป็นของตัวเอง ในฐานะแฟนการ์ตูนฮีโร่ตัวยงนั่นเอง



"เจย์ โจว" (Jay Chou) เป็นเจ้าชายแวมไพร์ใน MV ทุนสร้างระดับ 10 ล้านหยวน


หลังจากยุ่งอยู่กับวงการหนังอยู่นาน "เจย์ โจว" (Jay Chou) นักร้องหนุ่มอันดับ 1 แห่งไต้หวัน กลับมากับผลงานเพลงชุดใหม่ เป็นงานเพลงชุดแรกในรอบ 2 ปี พร้อมกับมิวสิควิดีโอทุ่มทุนสร้าง ชนิดขนหน้าแข้งไม่ร่วงเหมือนเดิม

ช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมาหนุ่ม เจย์ โจวเจี๋ยหลุน ดูจะให้ความทุ่มเทไปกับงานแสดงในวงการภาพยนตร์เป็นหลัก นอกจากในไต้หวันแล้ว ล่าสุดเขายังข้ามฟากไปรับงานในฮอลลีวูดเป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งจะพูดถึงอัลบั้มชุดล่าสุดที่มีชื่อว่า Capricorn ก็ต้องย้อนหลังไปถึงในปี 2008 นั่นเลย แต่ตอนนี้นักร้องหนุ่มคนดังกลับมาอีกครั้ง กับผลงานเพลงชุดใหม่ The Era ที่ใกล้วางแผงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว

ไม่ใช่เพียงเพลงใหม่แกะกล่อง แต่งานมิวสิควิดีโอก็กลายเป็นจุดขายสำคัญของนักร้องหนุ่มวัย 31 ปีคนนี้มาตลอด โดยเฉพาะในเพลงจากงานชุดใหม่ ที่เขาเปลี่ยนตัวเองเป็นเจ้าชายแวมไพร์ในยุโรปยุคกลาง เป็นงานที่ว่ากันว่าใช้เงินถึงระดับ 10 ล้านหยวนเลยทีเดียว แค่เปียโนที่สลับคีย์ขาวและดำที่ใช้ประกอบฉาก ก็ใช้เงินระดับล้านหยวนแล้ว

"ปกติมนุษย์หมาป่าจะเปลี่ยนร่างเวลาเห็นพระจันทร์เต็มดวงใช่มั้ยครับ แต่ในมิวสิควิดีโอของผม แวมไพร์จะเปลี่ยนร่างด้วยเสียงเปียโน เพราะเสียงเหล่านั้น เข้าไปกำจัดความเป็นมนุษย์ในตัวของพวกเขาออกไป" หนุ่มนักร้องชื่อดังเผยถึงไอเดียแปลกๆ ตามสไตล์

The Era ผลงานเพลงชุดใหม่ ซึ่งเป็นงานอัลบั้มชุดที่ 10 ของ เจย์ โจว มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 14 พ.ค. นี้ แต่ล่าสุดมีประกาศการเลื่อนวันวางแผงออกไปเป็นวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งความล่าช้าครั้งนี้ เกิดจากปัญหาที่มียอดสั่งจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเป็นจำนวนมาก จนโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ในจำนวน ที่ตลาดต้องการได้ในเวลาอันจำกัด

[HQ] 周杰倫 - 跨時代MV 附歌詞 120S 周杰伦 跨时代 两分 清晰版



"ฟอร์บส์" ยก "เฉินหลง" (Jackie Chan) อันดับ 1 คนดังชาวจีน ฟันรายได้เกือบพันล้านบาท


”เฉินหลง” (Jackie Chan) กลายเป็นคนดังชาวอันดับ 1 ของนิตยสาร “Forbes” ด้วยรายได้เกือบ 200 ล้านหยวนในรออบปีที่ผ่านมา บวกกับการเป็นข่าวอย่างถี่ยิบ ในการจัดอันดับที่รวบรวมคนดังชาวจีนจากทั้ง วงการกีฬา และบันเทิงของ ไต้หวัน, ฮ่องกง, จีนแผ่นดินใหญ่

นิตยสาร Forbes ทำการจัดอันดับคนดังชาวจีนมาเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งนี่จะเป็นปีแรกที่เป็นการรวบรวมคนบันเทิงจากทั้ง จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง และไต้หวัน เข้าด้วยกัน โดยประเมินจากทั้งรายได้ และความถี่ของการปรากฏตัวตามสื่อ เพื่อหาว่าใครกันแน่ที่เป็นคนบันเทิงเชื้อสายจีนอันดับ 1

ไม่น่าแปลกใจที่ชื่อของ เฉินหลง จะกลายเป็นอันดับ 1 ในการจัดอันดับปีนี้ของ Forbes นักแสดงวัย 56 ปี ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก และตกเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน รวมถึงสามารถทำรายได้ไปเกือบ 200 ล้านหยวน (ประมาณ 940 ล้านบาท) ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา Little Big Soldier ทำรายได้ 150 ล้านหยวนเฉพาะในประเทศจีน นอกจากนั้นในวงการเพลง เฉินหลง ยังเป็นศิลปินคนแรก ที่ได้เปิดคอนเสิร์ตที่สนามกีฬารังนกอีกด้วย

สำหรับอันดับที่ 2 กลายเป็นของหนุ่ม โจวเจี๋ยหลุน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เจย์ โจว (Jay Chou) นักร้องคนดังจากไต้หวัน ที่ปีก่อนคนขยันคนนี้ ทำงานทั้งในวงการภาพยนตร์,เพลง และโทรทัศน์ เรียกว่าตลอดปี 2009 ชาวจีนแทบจะเจอพ่อหนุ่มคนนี้ตามสื่อต่างๆ กันเกือบทุกวันเลยทีเดียว และงานทั้งหมดในปีก่อน ก็ทำเงินทำทองให้เขาได้ถึง 120 ล้านหยวน (564 ล้านบาท) ปลายปีนี้ เจย์ โจว จะมีผลงานหนังระดับฮอลลีวูดเป็นเรื่องแรก ที่น่าจะทำให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักขึ้นไปอีก

ขณะเดียวกัน โจลิน ไช่อี้หลิน (Jolin Tsai) สาวคนดังแห่งไต้หวัน อดีตคนเคยรักของหนุ่ม เจย์ ก็ยังติดอันดับมาถึงอันดับ 7 กับรายได้ 46.5 ล้านหยวน (218 ล้านบาท) และเป็นข่าวในไต้หวันตลอดทั้งปี

การถูกเปิดโปงเรื่องชีวิตสมรสเกือบตลอดช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ภาพของ หลิวเต๋อหัว (Andy Lau) ปรากฏในสื่อจีนแบบข้ามปี จนนักร้องนักแสดงหนุ่มชาวฮ่องกง กลายเป็นคนบันเทิงอันดับ 3 ของ Forbes ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะด้านฉาวเท่านั้น หนุ่มวัย 48 ปีคนนี้ยังคงทำงานแบบไม่มีหยุดไม่มี่หย่อน อย่างที่เป็นมาหลายปีแล้ว จนมีรายได้ตลอดปีถึง 86.2 ล้านหยวน (405 ล้านบาท) เลยทีเดียว



ฮันเกิง (Han Geng) ร่วมในรายการ Migu?


เมื่อวานตอนกลางคืนของวันที่ 26 มีนาคม ฮันเกิง /ฮันคยอง (Han Geng/Han Kyung) ร่วมในรายการ Migu ตั้งแต่มีเรื่องข่าวขอยกเลิกสัญญาของเขาเมื่อสิ้นปีที่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาออกที่สาธารณ โดยที่มีสื่อต่างๆ และแฟนๆ ต่างๆ มากมายที่ถ่ายทำ ก่อนที่รายการจะเริ่ม เขามีการให้สัมภาษณ์สั้นๆ กับทางสื่อ ข่าวที่ทุกๆ คนอยากทราบมากที่สุดก็คือ ความก้าวหน้าของการส่งฟ้องศาลกับทางบริษัทฯ เป็นอย่างไร แต่เขากลับตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะกล่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ณ เวลานี้”

เนื่องจากข่าวเรื่องการส่งฟ้องเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาของฮันเกิง โดยมีรายงานข่าวมากมายเกี่ยวกับเขา แต่เขายังไม่เคยปรากฎในที่ๆ มีแฟนๆ และสื่อมากมายมากอีกเลย ทำให้สตูดิโอในวันนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ในรายการมีการเชิญเจโชว (Jay Chou) และฮันเกิงมาเป็นแขกรับเชิญ

แฟนๆ ฮันเกิงที่ทราบข่าวเรื่องการมาเป็นแขกรับเชิญครั้งนี้ต่างก็มากันตั้งแต่บ่าย และมีการเข้าคิวรอบัตรเข้าชมกันถึง 4-5 ชั่วโมง คนที่ไม่มีบัตรได้เพียงแต่เดินในบริเวณนั้น

ฮันเกิงกล่าวว่าเขาไปอยู่ที่สหรัฐฯ ประมาณครึ่งเดือน โดยที่ไปเพื่อปรับปรุงทักษะการเต้นของเขา และเขามีโอกาสได้เรียนกับคนคิดท่าเต้นให้กับ Michael Jackson อีกด้วย เขายังกล่าวอีกด้วยว่า “ผมมีเวลาว่าง ดังนั้นผมจึงตัดสินใจปรับปรุงตนเองและทำในสิ่งที่ผมรัก” และเรื่องข่าวลือที่ว่าเขาเตรียมออกอัลบั้มใหม่ของเขาที่สหรัฐฯ นั้น เขาปฏิเสธว่าข่าวนั้นไม่จริง “ผมไม่ได้เตรียมทำอัลบั้มใหม่ใดๆ ทั้งสิ้น ผมเพียงแค่เรียนเพิ่ม เพราะว่าผมอยากให้ทุกคนได้เห็น “ฮันเกิงคนใหม่” แต่เขาก็ยอมรับว่ามีบริษัทต่างๆ ทาบทามเขามา

และเมื่อมีการถามว่าเขาจะร่วมงานกับวง Super Junior อีกหรือไม่ ซึ่งฮันเกิงตอบว่า “เขารู้สึกว่าการที่ต้องร่วมงานกับวง Super Junior อีกครั้งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสำหรับเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมีปัญหาเรื่องการยกเลิกสัญญากับทางบริษัท เขาแสดงออกมาว่า เขายังติดต่อกับสมาชิกในวง Super Junior ตลอดเวลา พิสูจน์ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นยังดีเหมือนเดิม



หนุ่มแร็พไต้หวันแต่งเพลงแซว "เจย์ โชว์" (Jay Chou) ไร้น้ำยา หมดปัญญาเจาะไข่แดงสาว


"เจย์ โชว์" (Jay Chou) นักร้องซุปเปอร์สตาร์ชาวไต้หวัน โดนลูบคมซะแล้ว หลังถูกศิลปินแร็พเพื่อนร่วมชาติ ออกงานเพลงแซวทำนองว่าไม่มีน้ำยา จากข่าวลือที่ว่าอดีตแฟนสาวที่เขาเคยคบอยู่ระยะ และกำลังจะแต่งงาน เป็นสาวบริสุทธิ์

Dog G ศิลปินแร็พแห่งไต้หวัน ได้เขียนผลงานเพลงชิ้นใหม่ออกมา ซึ่งมีเนื้อหาอ้างอิงข่าวที่กำลังเป็นที่สนใจในวงการบันเทิงไต้หวัน เมื่อสาวคนดังแห่งวงการโทรทัศน์ แพ็ตตี้ โหว (Patty Hou) ผู้ประกาศคนสวยแห่งไต้หวันอดีตคู่รักของ เจย์ โชว์ กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับมหาเศรษฐีนักการธนาคารคนหนึ่ง และมีข่าวลือว่า เธอยังคงความเป็นเจ้าสาวบริสุทธิ์ไว้เพื่อสามีเท่านั้น

โดยสื่อในไต้หวันให้ข้อมูลว่า แพ็ตตี้ โหว เต็บโตมาในครอบครัวที่เข้มงวด และถูกปลูกฝังค่านิยมแบบดั่งเดิมมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้เธอจะคบหากับ เจย์ โชว์ และมีความใกล้ชิดกันเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่ทั้งสองไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยไปกว่านั้น

แม้ฝ่ายหญิงปฏิเสธที่จะตอบถึงเรื่องนี้ แต่มันได้กลายเป็นที่พูดถึงทั่วไปในไต้หวัน และยิ่งกลายเป็นเรื่องเผ็ดร้อนขึ้นมา เมื่อมีนักร้องเพลงแร็พเอาข่าวนี้มาแต่งเป็นเพลง ซึ่งเป้าหมายในการถูกเสียดสีกลับเป็นฝ่ายของ เจย์ โชว์ แทน

จากรายงานของ Channel News Asia ในเพลงของ Dog G มีการเล่นสำนวน ใช้คำภาษาจีน "diao" ที่หนุ่มเจย์เคยใช้เป็นสแลงในเพลงของเขา ในความหมายว่า "เท่ห์ หรือทรงพลัง" แต่คำดังกล่าวสามารถให้ความหมายถึง อวัยวะเพศชายได้ด้วย โดยในเพลงของ Dog G มีการแซวว่า พ่อหนุ่มนักร้องอันดับหนึ่งของไต้หวันคนนี้ เก่งแต่พูด แต่กลับไม่มีน้ำยาที่จะใช้ "diao" ของเขาทำอะไรอย่างอื่นกับสาวๆ

แม้จะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ฝ่าย เจย์ โชว์ ไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไรอะไรกับเรื่องนี้นัก และยังกล่าวว่า ขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของ เคโต้ และแพนด้าแมน เป็นคนตัดสินใจ ว่าจะจัดการกับเรื่องทั้งหมดอย่างไรดีกว่า ซึ่งชื่อทั้งสองที่เอ่ยขึ้นมานั้น หมายถึงตัวละครที่เขารับบทใน The Green Hornet หนังฮอลลีวูดเรื่องแรก และซุปเปอร์ฮีโร่ที่ เจย์ โชว์ คิดขึ้นเอง



"เจย์ โชว์" (Jay Chou) แป้ก!! ซุปเปอร์ฮีโร่ "Pandamen" เปิดตัวไม่สวยเรตติ้งต่ำติดดิน


ทีวีซีรีย์ "Pandamen" ผลงานการสร้างของ "เจย์ โชว์" (Jay Chou) ด้วยทุนสร้าง 110 ล้านเหรียญไต้หวัน เคยถูกจับตามองว่าจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งในการฉายที่บ้านเกิดและจีนแผ่นดินใหญ่ แต่หลังจากออกฉายจริง ซีรีย์เรื่องดังกล่าวกลับมีเรตติ้งที่ต่ำมาก จนอนาคตของซุปเปอร์ฮีโร่หน้าใหม่รายนี้ ดูจะไม่สดใสเสียแล้ว

Pandamen เล่าเรื่องของ สองซุปเปอร์ฮีโร่ ที่มีพื้นฐานและแนวทางแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งคู่ล้วนใช้สัตว์ประจำชาติจีน มาเป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวเหมือนกันทั้งคู่ Pandamen สร้างและดูแลการผลิตโดย เจย์ โชว์ โดยเขาไม่ได้ลงมารับบทนำเอง แต่ปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญเท่านั้น ส่วนบทตัวเอกของเรื่องยกให้เป็นของ กลุ่มนักร้องรุ่นน้อง หนันฉวนมาม่า (Nan Quan Mama)

โดยในไต้หวัน Pandamen ออกอากาศทางช่อง CTS สถานีโทรทัศน์หลัก 1 ใน 4 ของประเทศ แต่เมื่อลงจอฉายจริง ซีรีย์กลับไม่ได้ผลตอบรับอย่างที่หลายๆฝ่ายคาดกันเอาไว้ โดยมีเรตติ้งจำนวนผู้ชมอยู่แค่ 0.77 เทียบกับรายการอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็แทบจะเรียกได้ว่าต่ำที่สุดเลยก็ว่าได้

ผู้ชมชาวไต้หวันส่วนใหญ่ที่ได้สัมผัสทีวีซีรีย์ชุดนี้ ต่างส่งเสียงบ่นกันมาว่า Pandamen มีการนำเสนอที่ดูเป็นหนังสำหรับเด็กเกินไปซักหน่อย ในทางตรงกันข้าม การขมวดปมของหนังกลับยากต่อการติดตาม นอกจากนั้นคนดูส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่า หนังมีการพูดจีนกลาง ด้วยสำเนียงแบบจีนแผ่นดินใหญ่มากแบบผิดสังเกต จนชาวไต้หวันต่างสงสัยว่า เป็นการเอาใจผู้ชมในจีนแผ่นดินใหญ่มากเกินไปรึเปล่า

เจย์ โชว์ ที่รับผิดชอบในการสร้างหนังเรื่องนี้ ออกมาแสดงความรู้สึกถึงกระแสคำวิจารณ์ต่างๆ ว่า เขาไม่ได้คาดหวังตัวเลขเรตติ้งสูงๆ อยู่แล้ว แต่อยากจะทำอะไรใหม่ๆ และยืนยันว่าสำหรับเขา Pandamen ประสบความสำเร็จไปแล้ว ในฐานะการนำเสนอยุคสมัยใหม่ของหนังฮีโร่ ซึ่งโดยส่วนตัวของเขามันคือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

เจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์ CTS ก็ออกมาให้การสนับสนุนนักร้องหนุ่มชื่อดัง และยืนยันว่า Pandamen ไม่ได้ล้มเหลวขนาดนั้น ถ้านับเฉพาะรายการหลัง 22.00 น. เป็นต้นไปที่สถานีเคยออกอากาศมา Pandamen ก็ถือว่าแทบจะได้รับความนิยมสูงสุดแล้ว



"เจย์ โชว" (Jay Chou) เปิดใจเรื่องรัก บ่นอุบสื่อรุมทำสาวขยาด


ในการให้สัมภาษณ์ระหว่างโปรโมตหนังเรื่องล่าสุด “เจย์ โชว์” (Jay Chou) ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เคยต้องเลิกรากับอดีตแฟนสาวเพราะฝ่ายหญิงรับไม่ได้กับการถูกกดดันจากสื่อและช่างภาพปาปารัซซี่นั่นเอง หนุ่มเจย์ยังออกมาแสดงความเห็นใจสาว “เจียงอวี่เฉิน” ที่ถูกลือว่าเป็นแฟนกับเขาว่าช่างโชคร้ายเสียจริงๆ

ระหว่างการเดินทางโปรโมตหนังเรื่อง The Treasure Hunter ร่วมกับผู้กำกับ และ หลินจื่อหลิง นางเอกของเรื่อง ในหลายๆ ประเทศ รวมถึงที่สิงคโปร์เมื่อสองวันก่อน หนุ่มนักร้องชื่อดังชาวไต้หวัน เจย์ โชว หรือ โจวเจี๋ยหลุน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องต่างๆ รวมถึงเรื่องส่วนตัวของเขาที่ใครๆ ก็อยากรู้ด้วย

ในการแถลงข่าวที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถาม เจย์ โชว ดูมีอารมณ์ดี ตอบคำถามหลายๆ ข้ออย่างเปิดเผย รวมถึงยอมเปิดใจถึงเรื่องส่วนตัวและความรัก โดยเฉพาะการตอบข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์กับสาว เจียงอวี่เฉิน ที่ลือกันหนักในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นแฟนตัวจริงของหนุ่มนักร้องชื่อดังคนนี้

เจย์ โชว กล่าวว่าตัวของเขาเอง ดูจะมีสิ่งใกล้เคียงกับตัวละครของเขาในหนังเรื่อง The Treasure Hunter อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องความรัก ที่เมื่อพบใครสักคน เขาจะไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาอย่างชัดเจน จนกระทั่งจะแน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามก็รู้สึกอย่างเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน หนุ่มเจย์ยืนยันว่าตัวเองเชื่อในเรื่องการทุ่มเทให้กับความรัก และคิดว่าถ้าเจอคนที่ใช้จริงๆ แล้ว ก็ควรคว้าโอกาสนั้นไว้ให้ได้

เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วตอนนี้เขาเจอผู้หญิงคนที่ใช่ตัวจริงแล้วหรือยัง หนุ่มวัย 30 ปีที่ดังที่สุดในไต้หวันคนนี้กล่าวว่า “ก็กำลังหาอยู่เหมือนกันครับ แต่ตอนนี้กลัวเรื่องข่าวลือที่สุด ผมแทบไม่กล้ามีเพื่อนเป็นผู้หญิงแล้ว ถ้าเราอยู่ด้วยกัน สื่อถ่ายรูปไปถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ด้วย พวกสื่อก็จะบอกว่าคือการออกเดทอยู่ดี”

”แฟนคนก่อนหน้านี้ของผมถูกกดดันจากเรื่องนี้มาก ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับใครที่จะมาคบกับผม ตอนเลยไม่ได้คิดถึงเรื่องจะมีแฟนเลย อยู่เป็นโสดแบบนี้ดีกว่าครับ ขนาดเป็นโสดนักข่าวยังสร้างเรื่องได้ตั้งมากมาย สงสัยคงต้องแต่งงานนั่นละ ข่าวลือพวกนี้ถึงจะหมดไปซะที”



“เจย์ โชว” (Jay Chou) ปั้นซุปเปอร์ฮีโร่ไต้หวัน “แพนด้าแมน” หวังโกย 1,000 ล้านบาท


หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วไม่ว่าจะเป็นงานหนัง และงานเพลง ล่าสุด “เจย์ โชว” (Jay Chou) ขอลองงานในวงการโทรทัศน์ดูบ้าง กับการลงแรง และลงทุนควักกระเป๋าเอง ในการสร้างซีรี่แนวซุปเปอร์ฮีโร่ “แพนด้าแมน” ที่ว่ากันว่าจะสามารถทำรายได้ให้กับนักร้องหนุ่มผู้นี้เหยียบ 1,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

แม้จะยุ่งอยู่กับการถ่ายหนังซุปเปอร์ฮีโร่ The Green Hornet ที่อเมริกา นักร้องนักแสดงชื่อดังชาวไต้หวัน เจย์ โชว ยังปลีกเวลาช่วงที่ผ่านมา เพื่อกลับมาทำงานที่ประเทศบ้านเกิด กับการลองงานในวงการโทรทัศน์ ผลิตทีวีซีรี่ของตัวเองเป็นครั้งแรก ซึ่งเขาได้ลงทุนควักกระเป๋าตัวเอง มาเป็นงบประมาณหลักสำหรับงานสร้างครั้งนี้ กับหนังซีรี่แนวซุปเปอร์ฮีโร่ ภายใต้ชื่อว่า แพนด้าแมน

ถึงตอนนี้ แพนด้าแมน ยังไม่ได้มีกำหนดเรื่องเวลาออกอากาศที่แน่ชัด ซึ่งน่าจะเป็นต้นปี 2010 เพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา กับสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน ที่ต่างต้องการ และกำลังแย่งชิงกันอย่างหนักเพื่อสิทธิ์ในการนำ แพนด้าแมน ไปออกอากาศในช่องของตัวเอง

ไม่ใช่แต่เพียงค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น มีการคาดการว่า แพนด้าแมน จะสามารถทำเงินให้กับนักร้องหนุ่มผู้นี้รวมแล้วถึงกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการทำกำไรจาก ธุรกิจเสริมต่างๆ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ของเล่น, เสื้อผ้า, ของที่ระลึก และหนังสือการ์ตูนต่อยอดจากซีรี่ แน่นอนว่าเพลงประกอบที่ผลิตโดย เจย์ โชว ก็คงได้รับความสนใจอีกเช่นเคย ซึ่งทั้งหมดจะออกวางจำหน่ายทั้งในจีน และไต้หวัน ซึ่งสื่อมวลชนคาดว่ารายได้จากส่วนนี้ อาจจะสูงกว่ารายได้จากการออกอากาศเสียอีก โดยมีการประมาณการกันไว้ว่า ถ้าซีรี่ได้รับความนิยม สินค้าต่อยอดเหล่านี้อาจทำเงินได้ถึง 700 ล้านบาท เลยทีเดียว

ซีรี่ความยาว 20 ตอน ที่เรื่องราวมีส่วนผสมของเรื่องราวแบบไซไฟ กับแฟนตาซี โดยได้รับอิทธิพลมาจากการ์ตูนฝั่งตะวันตก และมีทีมงานบู๊ที่เคยร่วมงานกับหนุ่มเจย์มาแล้วในหนัง Curse of the Golden Flower มาช่วยดูแลด้านแอ็กชั่นให้ ซึ่งทำให้ แพนด้าแมน มีค่าใช้จ่ายต่อตอนถึงเกือบ 5 ล้านบาท



"เจย์ โชว์" (Jay Chou) ชม "หลินจื่อหลิง" (Lin Chi Ling) คือผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง


นักร้องหนุ่มยอดนิยมแห่งไต้หวัน "เจย์ โชว์ " (Jay Chou) และนางแบบสาวอันดับหนึ่ง "หลินจื่อหลิง" (Jay Chou) กำลังจะมีผลงานหนังที่แสดงร่วมกันเข้าฉายในปลายปีนี้ ในการถ่ายรูปลงนิตยสารเพื่อประชาสัมพันธ์หนัง พ่อหนุ่มนักร้องออกมาชมนางเอกคนใหม่ของเขาว่า เป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

ในการถ่ายภาพนิ่ง และให้สัมภาษณ์ กับนิตยสาร Uno เพื่อประชาสัมพันธ์หนังเรื่อง The Treasure Hunter (True Legend) ทั้งดูจะมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมาก

หลังจากทำงานร่วมกันมาหลายเดือน เจย์ โชว์ ได้พูดถึง หลินจื่อหลิง นางแบบวัย 34 ชาวไต้หวัน นางเอกคนใหม่ของเขา ว่า "บางคนอาจจะมองหลินจื่อหลิงแค่เรื่องรูปร่างดี หน้าตาสวย หรือเกี่ยวกับเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมด แต่สำหรับผม สิ่งที่อยู่ภายในตัวเธอมันสมบูรณ์แบบ" นั้นคือคำอธิบายของเขา ถึงสาวที่ไม่เพียงเป็นเจ้าแม่โฆษณา, นางแบบอันดับหนึ่ง แต่ยังจบถึงปริญญามาแล้วถึงสองใบ

ซูเปอร์สตาร์แห่งไต้หวันทั้งสอง ยังเปิดใจว่าสิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่หวังก็คืออยากใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาๆ บ้าง สำหรับหลินจื่อหลิงบอกว่า ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้เธอยังพยายามใช้ชีวิตแบบคนทั่วๆ ไปอยู่เสมอ ... "ฉันยังขึ้นรถไฟฟ้า, กินข้าวจากร้านแผงลอย โดยไม่ได้สนใจว่าจะมีใครจ้องมองหรือเปล่า"

เช่นเดียวกันสำหรับ เจย์ โชว์ ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนหนุ่มที่ยุ่งที่สุดในไต้หวัน นอกจากงานเพลงอันเป็นอาชีพหลัก แล้วช่วงหลังเขายังต้องบินไปมาระหว่างไต้หวัน และอเมริกา เพื่อถ่ายหนังเรื่อง The Green Hornet ผลงานหนังฮอลลีวูดเรื่องแรกที่เขารับบทเด่น แต่ถ้าเป็นไปได้ หนุ่มคนดังคนนี้ก็บอกว่า อยากจะพักเรื่องพวกนี้เอาไว้บ้าง

ซึ่งถ้าพอจะมีเวลาว่าง เจย์ โชว์ บอกว่าสิ่งที่เขาอยากจะทำที่สุด ก็คือ การอยู่บ้านเฉยๆ "ผมอยากจะอยู่บ้าน คุยกับแม่, ดูทีวี เล่นพูล นั่นแหละเป็นการใช้ชีวิตที่แท้จริงของผม

UDN / Manager Online



“เจย์ โจว” (Jay Chou) ในกองถ่ายหนังฮอลลีวูด The Green Hornet


หลังจากมีข่าวว่า “เจย์ โจว” (Jay Chou) นักร้องหนุ่มชาวไต้หวัน ได้รับเลือกให้แสดงในบทสำคัญในหนังซูเปอร์ฮีโร่ The Green Hornet ตอนนี้มีภาพของเขาในกองถ่ายมาให้ชมกันแล้ว

ช่างภาพได้จับภาพของ เจย์ โจว พร้อมด้วยเพื่อนนักแสดงอย่าง คาเมรอน ดิแอซ (Cameron Diaz) และเซธ โรแกน (Seth Rogen) ที่กำลังทำงานอยู่ในกองถ่าย The Green Hornet ที่ตั้งกองกันอยู่บริเวณลอสแอนเจลิส

แม้เรายังจะไม่ได้เห็น เจย์ โจว ในชุดฟอร์มของตัวละครเคโต้ ในภาพจากกองถ่ายก็แสดงให้เห็นถึง สตั๊นท์แมน ของเขา ที่แต่งตัวด้วยเครื่องแบบของ เคโต้ เต็มยศ ในชุดสี ถุงมือหนัง และหน้ากากสีดำ ที่อาจจะพอช่วยให้จิตนการได้ว่าถ้าพ่อหนุ่ม เจย์ โจว ใส่ชุดนี้แล้วมันจะออกมาเป็นอย่างไร

The Green Hornet เป็นแอ็คชั่นแนวอาชญากรรมจบเป็นตอน เล่าเรื่องของบุรุษสวมหน้ากาก ผู้ออกปราบอาชญากรในเวลาค่ำคืน

เริ่มแรกนั้น The Green Hornet ถูกสร้างออกมาในรูปแบบของละครวิทยุที่ออกอากาศในหลายเขตของสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 1936 – 1952 จนกระทั่งในยุค 60 จึงถูกตัดแปลงเป็นหนังชุดทางโทรทัศน์ ซึ่งโด่งดังอย่างมากรวมถึงในเมืองไทยในชื่อว่า “หน้ากากแตนอาละวาด” สิ่งที่ทำให้หนังเป็นที่จำจดมากที่สุดก็คือ การเป็นงานยุคแรกๆ ของ บรูซ ลี ที่รับบท “เคโต้” เพื่อนคู่หูของตัวเอก จนกลายเป็นตัวละครยอดฮิตของเรื่องไปเลย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามในการนำ The Green Hornet มาดัดแปลงเป็นหนังใหญ่ ทุกอย่างเริ่มลงตัวเมื่อ ดาราตลกมาแรง เซธ โรแกน เข้ามาจับงานนี้ทั้งในฐานะดารานำ และคนเขียนบท โดยหวังดันให้ดาวตลกชื่อดังชาวฮ่องกง โจวซิงฉือ (Stephen Chow) มารับบท เคโต้ และทำหน้าที่ผู้กำกับไปในตัวด้วย

แต่สุดท้ายเกิดความขัดแย้งขึ้นในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ โจวซิงฉือ จึงถอดตัวออกไปจากทุกบทบาท จนทีมงานผู้สร้างต้องควานหาดาราชาวเอเชียคนใหม่มารับบทดังกล่าว จนสุดท้ายหวยมาออกที่ เจย์ โจว ที่ถูกเลือกก่อนเปิดกล้องไม่นาน เพื่อให้หนังถ่ายทำตามกำหนด และสามารถฉายได้ในช่วง ธ.ค. ปีหน้า

Manager Online / Sina



"ดิแอซ" (Camiron Diaz) ยิ้มร่าร่วมงาน"เจย์ โจว" (Jay Chou) สุดปลื้มเข้ากันได้ดี


และแล้วก็โกอินเตอร์ไปอีกหนึ่งรายสำหรับ"เจย์ โจว" (Jay Chou) หรือ "โจวเจียหลุน" นักร้องชื่อดังแห่งเอเชียที่รับปากแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง The Green Hornet เป็นที่เรียบร้อย ทำเอา"คาเมรอน ดิแอซ" (Cameron Diaz) ตื่นเต้นร่วมงานศิลปินเอเชีย พร้อมเผยเข้ากันได้เป็นอย่างดี

ภาพยนตร์เรื่อง The Green Hornet นับเป็นการโคจรเจอกันครั้งแรกของเจย์ โจว กับ คาเมรอน ดิแอซ และ นิโคลัส เคจ ที่เรียกความสนใจจากทั่วโลกได้ไม่น้อย โดยรายงานข่าวล่าสุดก็ได้เผยถึงการพบปะของนักแสดงดังในเรื่องที่เข้าพูดคุยรายละเอียดกับไมเคิล กอนดรี ผู้กำกับ ซึ่งตามรายงานระบุว่า คาเมรอน ดิแอซ รับบทเป็นนักข่าวสาวที่ประกบคู่กับ เซท โรเกน พระเอกของเรื่อง โดยเรื่องนี้เธอจะเข้าฉากกับ คาโต คู่หูของพระเอกที่รับบทโดยเจย์ โจว บ่อยมาก

การเจอกันครั้งนี้ คาเมรอน ดิแอซ ได้เผยด้วยว่า The Green Hornet เวอร์ชันใหม่นี้ ค่อนข้างแตกต่างจากเวอร์ชันดั้งเดิมทั้งในเรื่องของคาแรกเตอร์ตัวละครและพล็อตของเรื่อง ซึ่งตามรายงานระบุว่าเธอต้องเข้าฉากบู๊หลายฉาก จึงต้องงัดเอาวิชากังฟูที่เธอเรียนรู้จากภาพยนตร์ Charlie's Angels กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกันนั้นเธอต้องเล่นฉากแอ็คชั่นประกบคู่กับเจย์ โจวด้วย ซึ่งเจ้าตัวเอ่ยปากทันทีว่าการร่วมงานกับศิลปินเอเชียครั้งนี้ราบรื่นดีทีเดียว "พวกเราเข้ากันได้ดีมากๆ"

ทางด้านต้นสังกัด JVR Music ตัวแทนของเจย์ โจวเองก็ได้ออกมากล่าวถึงการร่วมงานกันครั้งแรกของทั้งคู่ด้วยว่า "เจย์ โจว ได้ไปเจอกับคาเมรอน ดิแอซ ในฮอลลีวูดเมื่อไม่กี่วันก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาไปร่วมกันเทสต์หน้ากล้อง เจย์ มีความสุขมาก และตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับพวกเขา"

The Green Hornet นับเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีจากค่าย Hollywood Sony Pictures ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างเตรียมการถ่ายทำ โดยคาดว่าจะออกฉายทั่วโลกในวันที่ 9 ก.ค. ปีหน้า

Manager Online / UDN



แฟชั่นพรมแดงไต้หวัน...ใครเกิดใครดับดูกันจะๆ


“โกลเดน เมโลดี อวอร์ด ครั้งที่ 20” สุดยอดงานประกาศรางวัลเพลงของไต้หวันที่ได้ชื่อว่าเป็น "งานประกาศรางวัลแกรมมี่ส์ภาคภาษาจีน" จัดขึ้นไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 มิ.ย.) ปีนี้ขอบอกอาตี๋เจย์ โชว (Jay Chou) มาแรงสอยไป 3 รางวัลรวด ทั้งรางวัลนักร้องชายยอดเยี่ยมจากอัลบั้ม “Capricorn”, รางวัลเพลงยอดเยี่ยมจากเพลง เต้าเซียง 《稻香》 ในอัลบั้มเดียวกัน (คลิกฟังเพลง) และมิวสิควิดีโอยอดเยี่ยมจากเพลงหมอซู่เซียนเซิง 《魔术先生》แต่น่าเสียดายที่หนุ่มตี๋ไม่ได้มายิ้มตาตี่รับรางวัลด้วยตัวเอง เพราะติดงานอยู่ที่มณฑลเจียงซู ประเทศจีน

ส่วนรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปี เฉิน อี้ซวิ่น นักร้องหนุ่มจากเกาะฮ่องกงคว้าไปครองจากอัลบัม “Don’t Want to Let Go”, รางวัลนักร้องหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของเฉินซันหนี และหลูกว่างจ้ง นักร้องเด็กแนวคว้ารางวัลนักร้องดาวรุ่งจากอัลบั้ม “อี้ไป๋จ่งเซิงหัว” 《100种生活》

นอกจากเรื่องของรางวัลแล้ว แน่นอนว่าทุกงานประกาศรางวัล สิ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้กันก็คือแฟชั่นพรมแดง

ปีนี้ที่แต่งตัวเริ้ดเข้าตาก็มีมาเตะตาบ้าง อย่างคุณน้อง “โหว เพ่ยเฉิน” (Patty Hou) อดีตหวานใจพ่อหนุ่มตาตี่เจย์ โชวนั่นยังไง ขอปรบมือให้ 1 แปะ ว่าเธอแต่งตัวได้ฉลาดมากมาย รู้จักใส่ชุดราตรียาวลูกไม้สีดำ แล้วซับผ้าสีเนื้อครึ่งซีก เก๋ไก๋ชะไนเด้อนะยะ ทั้งรอยจีบรอยย่น (ที่ชุดนะไม่ใช่ที่หน้า) ดูลงตัวสุดๆ สวย สง่า หรูเริ้ด แถมแอบเซ็กซี่เล็กๆ แบบไม่ต้องโชว์โป๊ซะด้วย เอาไปเลย 5 ดาว

Manager Online



บรรยากาศการถ่ายทำละคร Just Want to Depend on You ในวันแรก แสดงนำโดยเจอรี่ เหยียน (Jerry Yan) และเอลล่า (Ella)


ครั้งแรกที่เอลล่า (Ella) ได้พบกับเจอรี่ เหยียน (Jerry Yan) จริงๆในสถานที่ถ่ายทำ เธอรีบใช้ทุกวิถีทางที่เธอมี เพื่อสร้างความสนุกสนาน ทำให้พวกเขาต่างก็หัวเราะกัน รายงานของคนที่เห็นว่า ทั้งสองคนเอาแต่หยอกล้อและตีกันตลอดเวลาในระหว่างการถ่ายทำ อย่างไรก็ตาม ในช่วงพักการถ่ายทำ พวกเขาจะเปลี่ยนบทบาทกัน โดยเจอรี่จะหลบแสงแดดภายใต้ร่ม เพื่อทำการเมคอัพ เหมือนกับเป็นศิลปินหญิง ในขณะที่เอลล่าจะยุ่งอยู่กับการพูดคุยเล่นกับทีมงาน ทำตัวราวกับเป็นผู้ชาย!

แม้ว่าบุคลิกของเจอรี่จะค่อนข้างเก็บตัวอย่างมาก แต่เมื่อเขาได้มาเจอกับเอลล่า มันยากสำหรับเขาที่จะเก็บตัวอย่างที่เคยเป็น นั่นทำให้ทีมงานถ่ายทำรู้สึกคลายกังวล เกี่ยวกับว่าพวกเขาจะเข้ากันได้หรือเปล่า ได้ยินว่า เอลล่าถึงขนาดกล้าถามเจอรี่ว่า "ฉันจะร่าเริงมากกว่านี้อีก ดังนั้น คุณควรจะระวังตัวไว้!" แน่นอนว่านี่เป็นประสบการณ์ใหม่ๆสำหรับเจอรี่ เมื่อได้มาแสดงร่วมกับเอลล่าเป็นครั้งแรก

ประมาณเวลาบ่ายหนึ่งของวันที่ 8 พฤษภาคม นิตยสารฉบับนี้อยู่ที่สวน Rainbow Riverside Park ในไทเป ที่ซึ่งเจอรี่ และเอลล่ากำลังนั่งอยู่บนหญ้าเพื่อฝึกซ้อมบทของพวกเขา พวกเขาถูกล้อมรอบโดยทีมงานกลุ่มใหญ่ๆ

หลังจากผ่านไปพักหนึ่ง เจอรี่ยืนขึ้นและวิ่งไล่เอลล่า เขาจับเข้าที่คอเสื้อของเอลล่าและกอดคอของเอลล่าเอาไว้ ทั้งสองคนเล่นกันไปเรื่อยในระหว่างการถ่ายทำ และดูท่าพวกเขาจะมีความสุขอย่างมาก

ในระหว่างพัก เจอรี่ซึ่งมีคนติดตามมากกว่าเอลล่า เขามีทีมงานช่วยเขาถือร่มเพื่อบังแสงแดด และทำการเมคอัพ ในขณะที่เอลล่าซึ่งยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง เธอดูเหมือนชายที่อ่อนหวาน เขาทำการพูดคุย เล่นสนุกอยู่กับทีมงานโดยไม่มีใครถือร่มบังแดดให้เธอ หรือแม้จะกังวลเกี่ยวกับการเมคอัพ และเมื่อผู้กำกับเรียก เธอจะรีบไปเข้าฉากถ่ายทำทันที

หลังจากเจอรี่ และเอลล่าเสร็จสิ้นการถ่ายทำไปบ้างแล้ว เอลล่าเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และจากไปประมาณเวลาบ่าย 2 โมง พอประมาณบ่าย 4 โมง เหล่านักแสดงและทีมงานของละคร Just Want to Depend On You ก็ทำการเปลี่ยนฉากไปเป็นสนามบาสเก็ตบอล เจอรี่เปลี่ยนชุดไปเป็นชุดกีฬา และฝึกฝนอยู่กับ Michael Zhang แม้ว่าวิธีการเล่นของเขาจะดูดีอย่างมาก แต่เขาชู้ตลงไปได้เพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น



โจลิน ไช่ (Jolin Tsai) เคยคิดจะแต่งงานกับเจย์ โชว์ (Jay Chou) และเอ็ดดี้ เผิง (Eddie Peng)


ปีหน้า โจลิน ไช่ (Jolin Tsai) จะเข้าสู่อายุ 30 ปี เกี่ยวกับเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องที่กดดันเธอหรือไม่ เธอยอมรับว่า ตอนที่เธอคบอยู่กับแฟนเก่า เธอเคยคิดว่าจะมีโอกาสได้แต่งงานกัน และยังกล่าวว่า เธอเคยต้องการจะแต่งงานกับเจย์ โชว์ (Jay Chou) และเอ็ดดี้ เผิง (Eddie Peng) อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่า การแต่งงานอาจจะเป็นเวลาที่เธอจะก้าวออกจากวงการบันเทิง

การแต่งงานและมีลูกเป็นส่วนหนึ่งของแผนการณ์ในชีวิต

แม้ว่าอาชีพของเธอจะมีความสำคัญมากที่สุด โจลินซึ่งรู้จักกันว่าเป็น "ราชินีจากสวรรค์" ยังมีความเป็นผู้หญิง การแต่งงานและมีลูกเป็นส่วนหนึ่งในแผนการณ์ชีวิตของเธอ เธอกล่าวว่า เมื่อเธอมีแฟน มันยากที่จะเลี่ยงที่จะคิดเกี่ยวกับการเดินไปตามทางเดินระหว่างที่นั่งในโบสถ์กับคนๆนั้น และเธอรอคอยมานานกับการแต่งงาน อย่างไรก็ตาม หลังจากการสังเกตและรู้จักกับคนๆนั้นมากขึ้น เธออาจจะค่อยๆล้มเลิกความคิดนั้นไป ทำให้การคบกับทั้งเจย์ โชว์ และเอ็ดดี้ เผิง ความสัมพันธ์เหล่านั้นกลับไม่พัฒนาขึ้นไป

ต้องการมีลูกมากกว่าสัตว์เลี้ยง

เนื่องจากเพื่อนๆของเธอค่อยๆแต่งงานและมีลูกไปทีละคน โจลินจึงเริ่มที่จะคิดเกี่ยวกับการแต่งงานของเธอเอง ในอดีต เธอรู้สึกว่า เมื่อคนสองคนรักกันและแต่งงานกัน พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องมีลูก "ครั้งหนึ่ง ฉันเคยคิดว่า การดูแลสัตว์ด้วยกันน่าจะเพียงพอ" แต่มาตอนนี้ เธอต้องการมากกว่านั้น เพื่อได้เห็น "คริสตัลแห่งรัก" ของเธอและคนที่เธอรัก โดยการคิดถึงการปรากฏตัวของลูกของเธอในอนาคต เธอยังไม่ยังกังวลเท่าไหร่นักกับการมีลูกที่อาจจะทำให้ร่างกายเธอไม่ดูดีอย่างที่เคยเป็น "ฉันมีนักโภชนาการ พร้อมกับความพยายามของฉัน ฉันควรจะกลับมาเป็นอย่างเคยได้อย่างรวดเร็ว"

เพิ่มงานอดิเรก เตรียมตัวสำหรับธุรกิจในอนาคต



ละครเรื่องใหม่ของเจอรี่ เหยียน (Jerry Yan) จะจับคู่แสดงกับเอลล่า (Ella) ?!


เจอรี่ เหยียน (Jerry Yan) ดาราอันดับหนึ่งในวงการละครไอด้อล เขาไม่เคยหยุดพักงา เมื่อเร็วๆนี้ เขาปฏิเสธที่จะแสดงในละครไอด้อล 2 เรื่อง ซึ่งก็คือเรื่อง Good Health & Fortune และ Paper Rose มาในตอนนี้ มีข่าวลือว่า ละครเรื่องใหม่ที่มีชื่อว่า Just Want To Depend On You ก็สนใจที่จะให้เขามาร่วมแสดง โดยทีมงานของละครมีแผนทีจะจับคู่เจอรี่กับเอลล่า (Ella)

ในละคร เจอรี่จะแสดงเป็นทนาย เมื่อวันที่ 27 "เฟนนี่" ผู้จัดการของเจอรี่กล่าวว่า "พวกเราได้อ่านบทละครแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันอะไรในตอนนี้ เขายังมีแผนที่จะเข้าร่วมถ่ายทำภาพยนตร์ในเร็วๆนี้"



รวมฮิต "นิสัยเพี้ยนๆ" ของเหล่าคนดัง


Asiaone - ว่ากันว่าคนดังมักชอบกลัวอะไรประหลาดๆ แต่บางครั้งนิสัยที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่ของคนดังเหล่านี้อาจจะบอกความเป็นตัวตนที่อยู่ลึกๆ ของพวกเขาแต่ละคนก็เป็นได้

เจ้าชายปืนโต: ใครจะรู้ว่าผู้ที่ได้ชื่อว่าเจ้าชายแห่งวงการเพลงไต้หวันอย่าง เจย์โชว (Jay Chou) จะได้รับฉายานี้จากการที่เขาไม่ชอบใส่ "กางเกงใน" เสียงลือนี้เกิดจากนิสัยการชอบนอนค้างคืนที่บริษัท และที่นั่นก็ไม่สะดวกที่จะเอากางเกงในมาซักบ่อยๆ

หนูบ้า อย่ามาแตะ: แม้ดาราดังอย่าง หลิวเต๋อหัว (Andy Lau) จะเคยเล่นเป็นนักกล้ามมาแล้ว แต่ถ้าเจอหนูเมื่อไหร่มีอันต้องวิ่งทันที ครั้งหนึ่งที่เขาต้องไปถ่ายทำในตรอกที่เต็มไปด้วยหนู เฮียหลิวต้องสั่งให้จุดประทัดเพื่อไล่หนูทุกวันที่ถ่ายทำที่นั่น



Syndicate content